เซียงไฮ้

Last updated: Apr 28, 2011  |  3915 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เซียงไฮ้

เซี่ยงไฮ้
มหานครที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของจีนและใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก เซี่ยงไฮ้ได้รับการพัฒนามากว่า 10 ปีเป็นเมืองที่มีความเจริญเติบโตเร็วมาก มหานครเซี่ยงไฮ้นี้เราจะเห็นสิ่งก่อสร้างมากมายโดยทางรัฐบาลจีนได้ออกกฎหมายมาว่า บริษัทก่อสร้างใดๆที่จะมารับงานก่อสร้างนี้ต้องห้ามก่อสร้างเกิน 3 ปี หรือ ห้ามเกินเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดี เราจึงเห็นสิ่งก่อสร้างในเซี่ยงไฮ้นี้เกิดขึ้นมารวดเร็วมาก จุดเด่นและสัญลักษณ์ของเมืองเซี่ยงไฮ้นี้คือ หอไข่มุก เป็นจุดชมวิวของเมืองเซี่ยงไฮ้ นอกจากนี้ยังมีแหล่งช๊อปปิ้งที่คนไทยนิยมไปกันมากอีกด้วยนั่นคือ นานจิงลู่ เป็นย่านช๊อปปิ้งที่เก่าแก่ที่สุดของเซี่ยงไฮ้ นานจิงลู่ นี้ยังอยู่ใกล้กับ หาดไว่ทัน เราสามารถเดินไปชมความงดงามของ หอไข่มุก ยามค่ำคืนได้อีกด้วย เซี่ยงไฮ้นั้นแบ่งเป็นเขตเมืองเก่าและเขตเมืองใหม่ เมืองเก่านั้นเรียกว่าฝั่งผู่ซี่ (Puxi) และฝั่งเมืองใหม่เรียกว่าฝั่งผู่ตง (Pudong) มีแม่น้ำหวงผู่แบ่ง เมืองเซี่ยงไฮ้ออกเป็นสองฝั่ง บรรยากาศของสองฝั่งแม่น้ำก็แตกต่างกันอย่างมากอีกด้วย

เซี่ยงไฮ้ ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียงและตอนกลางของชายฝั่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มีอาณาเขตติดต่อกับมณฑลเจียงซูและเจ๋อเจียงทางทิศตะวันตก ส่วนทางทิศตะวันออกของเซี่ยงไฮ้ติดทะเลจีนตะวันออก ทิศเหนือติดปากแม่น้ำแยงซี และทิศใต้ติดอ่าวหังโจว พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงอันอุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วยดินแดงสามเหลี่ยมเซี่ยงไฮ้ ปากแม่น้ำแยงซี ซึ่งทำให้บริเวณนี้เป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญของจีนมาแต่โบราณกาล แต่เดิมเป็นเมืองประมงและสิ่งทอ แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์สงครามฝิ่นที่ทำให้จีนต้องเปิดเมืองท่าชายทะเลเพื่อค้าขายกับอังกฤษ ทำให้เซี่ยงไฮ้ถูกแบ่งพื้นที่เพื่อเป็นเขตแบ่งเช่าสำหรับชาวต่างชาติ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส จนทำให้บางมุมในเมืองเซี่ยงไฮ้มีสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่ชาติเหล่านั้นมาสร้างไว้ขณะที่เช่าพื้นที่อยู่ เซี่ยงไฮ้นั้นแบ่งเป็นเขตเมืองเก่าและเขตเมืองใหม่ เมืองเก่านั้นเรียกว่าฝั่งผู่ซี่ (Puxi) และฝั่งเมืองใหม่เรียกว่าฝั่งผู่ตง (Pudong) มีแม่น้ำหวงผู่แบ่ง เมืองเซี่ยงไฮ้ออกเป็นสองฝั่ง บรรยากาศของสองฝั่งแม่น้ำก็แตกต่างกันอย่างมากอีกด้วย

เซียงไฮ้ เป็นเขตการปกครองระดับเขตการปกครองพิเศษแบบเทศบาลนคร ซึ่งมีสถานะเทียบเท่ากับมณฑล ในปัจจุบันเซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองที่มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นมากที่สุดในจีน เต็มไปด้วยร้าน ค้า สิ่งก่อสร้าง ถนนเต็มไปด้วยรถ จักรยาน และผู้คน สิ่งที่พบเห็นได้มากในเมืองนี้ จนอาจถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ คือต้นเมเปิลที่มีอายุเกือบร้อยปี ซึ่งปลูกโดยในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามายึดครองเซี่ยงไฮ้


สนามบินผู่ตง
ตั้งอยู่ทางตะวันออกของผู่ตง ในเขตเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประตูหลักสู่ประเทศจีน ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 40 ตร.กม. เริ่มเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม 1997 และเสร็จให้บริการได้เมื่อวันที่ เปิดใช้เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2542 ให้บริการด้วยอาคารผู้โดยสาร 1 หลัง และทางวิ่ง 1 เส้น ต่อมาในวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2548 เปิดใช้ทางวิ่งเส้นที่ 2 และกำลังก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2550 ส่วนแผนแม่บทระยะยาวนั้น จะมีอาคารผู้โดยสารทั้งหมด 3 หลัง และอาคารเทียบเครื่องบินระยะไกลอีก 2 หลัง รวมถึงทางวิ่งทั้งหมด 5 เส้น สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 80 ล้านคนต่อปี ตัวสนามบินอยู่ห่างจากศูนย์กลางเมืองเซี่ยงไฮ้ประมาณ 30 กม. ห่างจากสนามบินหงเฉียวประมาณ 40 กม.
 
รถไฟฟ้าแม่เหล็ก แม็กเลฟ "Maglev"
ย่อมาจาก Manetic Leviation เป็นระบบการขนส่งรูปแบบหนึ่งที่ขับเคลื่อนยานพาหนะด้วยแรงแม่เหล็กไฟฟ้า ระบบนี้จะทำให้รถไฟเคลื่อนที่ไปได้อย่างรวดเร็วและเงียบกว่าระบบขนส่งแบบด้วยล้อรถไฟฟ้าแม่เหล็ก แม็กเลฟ วิ่งด้วยความเร็ว 430 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ถือเป็นสัญลักษณ์ความทันสมัยล่าสุดของเซี่ยงไฮ้ เริ่มสร้างเดือน มี.ค. ปี 2001 และให้บริการครั้งแรกเดือน ม.ค. ปี 2003 เป็นรถไฟฟ้าแม่เหล็กความเร็วสูงที่ให้บริการเพื่อการค้าเป็นสายแรกของโลก ใช้เวลาเพียง 7 นาที 20 วินาที จากสนามบินผู่ตงสู่ตัวเมือง

ทางการเซี่ยงไฮ้มีแผนขยายเส้นทางการวิ่งไปยังสนามบินหงเฉียว โดยแวะจอดที่สถานีรถไฟเซี่ยงไฮ้ใต้ และสถานที่จัดงานเอ็กซ์โป 2010 รวมทั้งเชื่อมต่อไปยังหังโจว ถ้าสร้างเสร็จเมื่อไรการเดินทางระหว่างสนามบิน 2 แห่งของเซี่ยงไฮ้ ซึ่งห่างกัน 55 กิโลเมตร จะใช้เวลาเพียง 15 นาที นอกจากนี้ยังมีแผนสร้างเส้นทางรถไฟวิ่งต่อไปถึงปักกิ่งด้วย

รถไฟแม่เหล็กเซี่ยงไฮ้ เวลาที่รถวิ่งจะยกตัวลอยเหนือรางเพียง 1 เซนติเมตร นั่นคือระยะที่แสดงให้เห็นถึงความแม่นยำ (precision) และเชื่อถือได้ (reliability) ของระบบ โดยที่ไม่ใช้คนบังคับ แต่มีระบบตรวจสอบและปรับแก้ตำแหน่ง ความเร็วและความเร่งด้วยการทำงานที่ซับซ้อนและละเอียดของคอมพิวเตอร์

ข้อดีของเทคโนโลยีรถไฟแม่เหล็ก
ก็คือ ไม่ต้องใช้เครื่องยนต์ที่ก่อให้เกิดมลพิษ  ไม่ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรน้ำมัน และที่สำคัญที่สุด คือ ประสิทธิภาพสูงเนื่องจากไม่มีแรงเสียดทานระหว่างรถกับราง

 
หอไข่มุก Oriental Pearl
สัญลักษณ์ของนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ตั้งอยู่ที่สวนผู่ตง ริมแม่น้ำหวงผู่ ตรงกันข้ามกับย่านเศรษฐกิจเก่าที่เรียกว่า The Bund เป็นหอคอยที่สูงที่สุดในเอเซีย และเป็นหอส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ ลักษณะที่โดดเด่นของหอนี้คือมีไข่มุกเรียงกัน 3 เม็ด จากเม็ดใหญไล่ขึ้นไปเป็นเม็ดเล็ก วางเรียงกันในความสูงที่แตกต่างกัน บนเสาที่มีฐาน 3 ต้น และนี่เองคงเป็นที่มาของของชื่อ Oriental Pearl ด้านล่างของหอไข่มุกจะเป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ที่นี่จะใช้หุ่นแสดงถึงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของเมืองเซี่ยงไฮ้ ในตอนกลางคืนมีการเปิดไฟสวยงามตระการตา และในบริเวณใกล้เคียงก็มีตึกสูงๆ ที่ต่างก็ประโคมเปิดไฟเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

หอไข่มุก จะมีมุกอยู่ 3 เม็ดเรียงรายกันอยู่ ในแต่ละเม็ดเขาก็จะมีการจัดทำกิจกรรมกันหลาย ๆ อย่าง
เม็ดที่ 1 เป็นชั้นล่างสุด ก็จะมีพิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่
เม็ดที่ 2 เป็นสถานีรับส่งสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์ของเซี่ยงไฮ้
เม็ดที่ 3 เป็นร้านอาหารและโรงแรม
ปัจจุบันถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซี่ยงไฮ้
 
หนานจิงลู่
ถนนหนานจิงนั้นเริ่มแรกนั้นจีนได้จัดสรรให้เป็นที่ดินในสัมปทานของประเทศอังกฤษ และในเวลาต่อมา ก็มีอีกหลายประเทศเข้ามาทำการค้าในที่ดินแห่งนี้ และถนนหนานจิงก็กลายมาเป็นแหล่งซื้อขายสินค้าจากต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเซี่ยงไฮ้
 
ถนนหนานจิง ของเมืองเซี่ยงไฮ้นี้เป็นแหล่งชอบปิ้งที่สำคัญสำหรับชาวเซี่ยงไฮ้อีกแห่งหนึ่ง ถนนสายนี้ จะกว้างไม่มีรถวิ่ง นอกจากรถรางภายใน เป็นย่านช็อปปิ้งเก่าแก่ที่สุดของเซี่ยงไฮ้ ซื้อขายกันคึกคักตั้งแต่ทศวรรษ 1920 มีความยาวกว่า 6 กิโลเมตรตั้งอยู่ฝั่งผู่ซี กินพื้นที่ยาวตั้งแต่ฝั่งตะวันตกของ “เดอะ บันด์” ไปจนถึง “พีเพิลส์ สแควร์” เป็นแหล่งช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมจากทั่วโลก ช่วงเทศกาลสำคัญๆอย่างปีใหม่, ตรุษจีน และคริสต์มาส ชาวเซี่ยงไฮ้และนักท่องเที่ยวจะมารวมตัวกันฉลองความสุขสันต์บนถนนสายนี้ พื้นที่ด้านตะวันออกของนานจิงอนุรักษ์เป็นถนนคนเดิน ถือเป็นอีกย่านที่น่าเดินน่าช็อปที่สุดในเซี่ยงไฮ้ เพราะมีร้านจีนๆซุกซ่อนอยู่สลับกับห้างหรูตลอดสองข้างทาง
 
ถนนสายนี้ถือได้ว่าเป็นถนนอเนกประสงค์ของชาวเซี่ยงไฮ้ เนื่องจากในตอนเช้าๆ จะเป็นบริเวณที่ผู้คน โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุออกกำลังกายทั้ง รำไทเก๊ก รำกระบี่ รำพัด พอตกสายหน่อยก็จะกลายเป็นแหล่งช้อบปิ้ง เพราะเป็นที่ตั้งของ บรรดาห้างสรรพสินค้ามากมาย และต้องถือว่าเป็นย่านสวรรค์ของบรรดาสาวกแบรนด์เนมทั้งหลาย นอกจากนี้ ยังเป็นถนนที่ทางการให้การดูแลเรื่องการขายสินค้ากับนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ ถึงขนาดมีระบบการให้ใบเหลืองใบแดงสำหรับร้านค้าที่มีพฤติกรรมฉ้อโกงนักท่อง เที่ยว
 
ถนนหนานจิงลู่ หรือ ถนนคนเดิน ถนนสายนี้ จะมีช่วงหนึ่งของถนนหนานจิงตงลู่ หรือนานจิงตะวันออก ที่ จะปิดถนนเป็นระยะทาง 1,033 เมตร ให้คนเดินเท่านั้น ละแวกนี้นอกจากจะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ยังมีงานศิลปะชั้นดีให้คุณได้เลือกเสพอีกด้วย โดยทางตอนใต้ของถนนนานจิงเป็นที่ตั้งของหอศิลปะช่างไห่เหม่ยซู่ก่วน และจัตุรัสประชาชนหรือ พีเพิลสแควร์ ซึ่งเป็นศูนย์ กลางทางสังคมและสถานที่พักผ่อนนอกบ้านของชาวเซี่ยงไฮ้
 
หาดไว่ทัน หรือหาดเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้
ตั้งอยู่ฝั่งเมืองเก่าผู่ซี่นั้น มีพื้นที่ที่เรียกกันว่า "The Bund"เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ เซี่ยงไฮ้นับตั้งแต่อดีตกาล จนถึงปัจจุบัน ตั้งอยู่บนถนนจงซาน ริมแม่น้ำที่มีความยาว 1 กิโลเมตรครึ่ง เลาะไปตามริมแม่น้ำหวงผู่ เป็นย่านอาคารสไตล์ยุโรปงดงามที่มีความเก่าแก่กว่าร้อยปีตั้งเรียงรายอยู่บนถนนริมแม่น้ำหวงผู่ อาคารเหล่านี้เป็นอาคารที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยที่เซี่ยงไฮ้ยังเป็นเขตเช่าของประเทศต่างๆ ปัจจุบันก็ใช้เป็นโรงแรม เป็นที่ทำการธนาคารแห่งชาติหลายๆ แห่ง รวมไปถึงยังเป็นที่ทำการกงสุลไทย และธนาคารกรุงเทพ สาขาเซี่ยงไฮ้

หาดไว่ทัน เป็นสถานที่ในการถ่ายทอดเรื่องราวของเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ที่เกิดขึ้นในยุคที่เมืองเซี่ยงไฮ้เต็มไปด้วยเจ้าพ่อหลายแก๊งค์แย่ง ชิงอำนาจกันให้วุ่นวายไปหมด หาดไว่ทันจึงมีชื่อที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยว่า "หาดเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้"

หาดไว่ทัน นี้ยังอยู่ใกล้ นานจิงลู่ ถนนคนเดินเป็นแหล่งช๊อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมและสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมของคนไทย และ หาดไว่ทัน นี้เรายังมองเห็นหอไข่มุกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซี่ยงไฮ้ อีกด้วย
                                                                                                                                                   

Powered by MakeWebEasy.com