มณฑลเสฉวน

Last updated: Apr 28, 2011  |  4626 จำนวนผู้เข้าชม  | 

มณฑลเสฉวน

มณฑลเสฉวน หรือ ซื่อชวน

เป็นภูมิภาคทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ช่วงตอนบนของแม่น้ำแยงซีเกียง ตอนกลางเป็นที่ราบแอ่งกระทะ คือพื้นที่โดยรอบถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูง 4 ด้าน ตรงกลางเป็นที่ราบ ลักษณะภูมิอากาศอบอุ่นไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป มีพื้นที่โดยรวมกว่า 485,000 ตร.กม. มีแม่น้ำน้อยใหญ่พาดผ่านมากมาย จึงทำให้เสฉวนเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์และมีภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการทำเกษตร อีกทั้งยังเลื่องชื่อในเรื่องความงดงามทางธรรมชาติอันเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนไม่ขาดสาย ไม่เท่านั้นเสฉวนยังประกอบด้วยชนกลุ่มน้อยหลายเผ่าที่มีวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเองที่น่าสนใจ

ภูมิประเทศมีลักษณะหลากหลายซับซ้อนมาก ด้านตะวันตกเป็นพื้นที่สูง ด้านตะวันออกลาดลงต่ำ ซึ่งจำแนกออกเป็น4 เขตได้แก่

เขตพื้นที่ราบต่ำแอ่งกระทะเสฉวน มีพื้นที่กว้างใหญ่ ติดอันดับ 1ใน4 ของพื้นที่แอ่งกระทะใหญ่ของจีน โดยมีพื้นที่ถึง 170,000 ตร.กม. สูงจากระดับน้ำทะเล 300-700 เมตร โอบล้อมด้วยภูเขาสูง ประกอบด้วยที่ราบต่างๆ โดยมีที่ราบเฉิงตู ซึ่งมีพื้นที่ถึง 6,200 ตร.กม. เป็นส่วนที่ใหญ่สุดในมณฑล

เขตพื้นที่ขอบแอ่งกระทะ โดยมากเป็นพื้นที่ราบสูง และส่วนใหญ่เป็นภูเขาระดับกลางถึงต่ำสูง 1,500 - 3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งขอบแอ่งกระทะด้านตะวันตกเฉียงใต้ คือ เขาเอ๋อเหมยซัน(ง๊อไบ) และด้านตะวันตกเฉียงเหนือ คือเขาที่มีชื่อแห่งลัทธิเต๋า เขาชิงเฉิง ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้วทั้งคู่ บริเวณนี้มีที่ราบลุ่มไม่มากนัก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเกษตรของเขตนี้

เขตเทือกเขาตะวันตกเฉียงใต้ อยู่ทางตอนกลางของเขาเหิงต้วนซันซึ่งอยู่ทางตะวันออกของที่ราบสูงทิเบต พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและหุบเขา โดยเรียงตัวจากใต้ไปเหนือ ส่วนใหญ่มีความสูงราว 3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล และที่ราบร่องน้ำอันหนิงซึ่งอยู่ตอนกลางของพื้นที่ จัดว่าเป็นพื้นที่ราบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของมณฑล โดยมีพื้นที่ประมาณ 960 ตร.กม.

เขตที่ราบสูงตะวันตกเฉียงเหนือ ได้แก่ ส่วนหนึ่งของเขตตะวันออกเฉียงใต้ของที่ราบสูงทิเบตกับเขาเหิงต้วนซัน ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 4,000-4,500 เมตร แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ที่ราบสูงด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งจะลาดต่ำลงจากตะวันตกไปทางตะวันออก กับเขตภูเขาด้านตะวันตก ซึ่งพื้นที่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือจะสูง ด้านตะวันออกเฉียงใต้จะต่ำ ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับหนึ่งของมณฑลเสฉวน และเป็นยอดเขาที่มีชื่อในโลก คือ เขาก้งกา มีความสูง 7,556 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นยอดหลักของเทือกเขาต้าเสวี่ยซันที่อยู่ในบริเวณนี้

มณฑลเสฉวน จัดอยู่ในเขตร้อนแถบเอเซีย เนื่องจากความหลากหลายทางภูมิศาสตร์และอิทธิพลลมมรสุมพัดผ่านตามฤดูต่างๆ ทำให้สภาพอากาศมีความซับซ้อนมาก มีตั้งแต่ลักษณะอากาศแบบเขตร้อนชื้นไปจนถึงแบบหนาวเย็นตลอดปี ทั้งนี้มีประโยชน์ต่อการพัฒนาผลผลิตทางการเกษตร

พื้นที่แอ่งกระทะด้านตะวันออกจะมีภูมิอากาศแบบร้อนชื้น มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี 14-19 องศาเซลเซียส ส่วนที่ราบสูงด้านตะวันตก หนาวเย็นตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 8 องศา เขตที่ราบสูงตอนใต้มีสภาพอากาศแบบเขตร้อน ส่วนที่ราบสูงทางตอนเหนือมีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี

ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า
ตั้งอยู่ที่เมืองเฉินตู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน เป็นสถานที่เพาะพันธุ์และบ้านของหมีแพนด้ากว่าร้อยละ 30 ของหมีแพนด้าทั่วโลก และเป็นบ้านเกิดของช่วงช่วง-หลินฮุ่ย หมีแพนด้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่บ้านเรา หมีแพนด้าเป็นสัตว์ที่พบได้เฉพาะประเทศจีน และเป็นสัตว์คุ้มครอง หมีแพนด้าใช้เวลาส่วนใหญ่กับการนอน แต่ถ้าตื่นขึ้นมาก็จะกินทันที จัดเป็นสัตว์กินจุโดยสามารถกินต้นไผ่ได้วันละ 50 กก. ศูนย์อนุรักษ์มีพื้นที่รทั้งหมด 9,245 ตร. กม. กินอาณาบริเวณ 7 เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ และ 9 อุทยานภูมิทัศน์ ศูนย์อนุรักษ์แพนด้าเสฉวน ยังเป็นบ้านของสัตว์ใกล้ศูนย์พันธุ์หลากหลายสายพันธุ์อื่นๆ เช่น เสือดาวหิมะ เสือลายเมฆ และแพนด้าแดงอีกด้วย นอกจากนั้นแล้วยังเป็นสถานที่ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด ประมาณ 5,000 ถึง 6,000 สปีชีส์ และคาดว่ามีความใกล้เคียงกับป่ายุคเทอร์เชียรี

ในปัจจุบันนี้ ทางการจีนคาดการณ์ว่าจำนวนหมีแพนด้าที่อยู่ในป่าของประเทศจีนมีเพียงประมาณ 1,590 ตัว และอีกประมาณ 239 ตัวที่ได้รับการดูแลอยู่ในศูนย์อนุรักษ์ในประเทศจีน ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2527 ทั่วโลกเริ่มตระหนักว่า แพนด้าเป็นสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ เนื่องจากแพนด้าถูกลอบยิงและการสูญเสียป่าไผ่ ได้คุกคามชีวิตของแพนด้ามาก ณ วันนี้ตลาดฮ่องกง ไต้หวันและญี่ปุ่นซื้อขายหนังแพนด้าในราคาสูงถึง 500,000 บาท เงินมหาศาลเช่นนี้ได้ทำให้คนบุกรุกเข้าไปในที่ที่มันอาศัยอยู่ การตัดป่าไผ่ การสร้างบ้านพักที่ระเกะระกะทำให้ป่าถูกแยกออกเป็นส่วนๆ เมื่อเนื้อที่ป่าถูกจำกัดการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติจึงน้อยลง

ศูนย์อนุรักษ์แพนด้าเสฉวนได้จดทะเบียนเป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 30 เมื่อปี พ.ศ. 2549 ที่กรุงวิลนีอุส ประเทศลิทัวเนีย


อุทยานแห่งชาติหวงหลง (มังกรเหลือง)
‘มังกร’ ถือเป็นภูมิทัศน์เอกของอุทยานแห่งนี้ จากยอดเขาเสวี่ยเป๋าติ่ง ด้วยความสูง 5,588 เมตร ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเขตอุทยานแห่งนี้ ธารน้ำแข็งไหลผ่านแนวสันเขาหินปะการังสีทองลงมา กลายเป็นน้ำตกน้อยใหญ่ เมื่อถึงไหล่เขา ณ ความสูงราว 3,100 –3,600 เมตรได้กลับมารวมกันที่โตรกธารหวงหลงอีกครั้ง เกิดเป็นสระมรกตหลากสีสันกว่า 3,000 สระ บ้างมีขนาดใหญ่โตนับพันตารางเมตร บ้างก็มีขนาดเพียงไม่กี่ตารางเมตร บ้างลึกบ้างตื้นทับซ้อนกัน เป็นระยะทางกว่า 3.6 กิโลเมตร เมื่อแหงนมองขึ้นไปก็จะเห็น‘มังกรเหลือง’ที่ลดเลี้ยวขึ้นสู่หมู่เมฆบนยอดเขาหิมะ และเมื่อก้มมองเบื้องล่างก็จะพบกับ ‘สระสวรรค์ในแดนดิน’ทอดตัวอย่างสงบท่ามกลางขุนเขาและแมกไม้

อุทยานแห่งชาติหวงหลง อยู่ในอำเภอซงพันในเขตปกครองตนเองของชนเผ่าทิเบตอาป้าและเผ่าเชียง ทางตอนเหนือของมณฑลซื่อชวน (เสฉวน)ของจีนติดต่อกับเขตอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,340 ตารางกิโลเมตร บนความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,000 – 5,588 เมตร ประกอบด้วยหุบเขาหวงหลง ช่องแคบหว่างเขาตันหยุน สันเขาหิมะ ยอดเขาหิมะเส่ป่า ผางามหงซินหยง หุบเขาตะวันตกซีโกว หยดถ้ำมังกรติสุ่ย รวม 7 ส่วนด้วยกัน มีเนื้อที่ทั้งหมด 700 ตารางกิโลเมตร

เมื่อถึงสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 – 1644) ได้มีการก่อสร้างวัดหวงหลงขึ้น เพื่อเซ่นไหว้มังกรเหลือง แต่นั้นมา ความงดงามเป็นเอก ของธารน้ำหวงหลงจึงได้อวดสู่สายตาของชาวโลก จุดชมวิวที่สำคัญอยู่ที่หุบผามังกรเหลือง ซึ่งอยู่หลังวัด จะมีสระขนาดใหญ่เป็นขั้นบันได สลับกับน้ำสีเหลืองจากตะกอนแคลเซียมและเกสรดอกไม้ อยู่บนฉากหลังที่เป็นป่าสน เขาหิมะ น้ำตก ซึ่งเกิดจากธรรมชาติสรรสร้างอย่างวิจิตรพิสดาร เมื่อมองจากด้านบนจะดูเหมือนมังกรสีเหลืองขนาดมหึมา จนได้ชื่อว่า "หวงหลง" (มังกรเหลือง) หวงหลงถูกจัดเป็นมรดกโลกในปี 1992 และต่อมาปี 2000 ก็ขึ้นทำเนียบเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าของโลก และเขตท่องเที่ยว และได้ขึ้นอันดับเป็นจักรวาลสีเขียวแห่งศตวรรษที่ 21 ในปี 2002

โครงสร้างทางภูมิศาสตร์ของหวงหลงมีความซับซ้อนเป็นพิเศษ โดยตั้งอยู่บนขอบวงบรรจบของพื้นที่ทางธรณีวิทยาที่แตกต่างกันถึง 3 ลักษณะ ได้แก่ เขตที่ราบสูงของลุ่มน้ำแยงซี เขตทุ่งหญ้าซงพัน และเขตเทือกเขาฉินหลิ่ง (เส้นแบ่งเหนือใต้ทางธรรมชาติของจีน) นอกจากนี้ ยังเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเขตที่ราบสูงชิงจั้งในทิเบตและที่ราบต่ำในเสฉวน ก่อให้เกิดภูมิทัศน์แบบขั้นบันได ทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ ลักษณะทางธรณีวิทยาดังกล่าว ส่งผลให้หวงหลงกลายเป็นช่วงแนวเขาสุดท้ายและเป็นแหล่งชุมนุมของบรรดาเทือกเขาสูงจากภาคตะวันตก ก่อนจะเข้าสู่เขตที่ราบลุ่มภาคกลางของจีน ก่อเกิดเป็นทัศนียภาพที่น่าตื่นใจของ หุบเหวลึกนับพันเมตร ยอดเขาสูงชันที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี โตรกธารน้ำแข็งนับร้อยพันสายที่เลาะเลี้ยวไปตามหุบเขาทุกหนแห่ง อันเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญ 3 สายของจีน ได้แก่ ลำน้ำฝูเจียง หมินเจียง และเจียหลิง (ก่อนบรรจบกันเป็นแม่น้ำแยงซีเกียง) นอกจากนี้ ความแตกต่างที่มาบรรจบกัน ยังส่งผลให้สภาพภูมิอากาศและพืชพันธุ์สัตว์ป่าที่อาศัยในถิ่นนี้ มีการผสมผสานกันระหว่างเขตเหนือใต้ อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่แปลกตาหายากอีกด้วย ระหว่างเส้นทางธรรมชาตินี้ ยังมีแนวหินปะการังที่เกิดจากการสะสมของแคลเซี่ยมหรือหินคาร์สท์ (Kast) ที่มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในโลก ปกคลุมอยู่ตลอดแนวสันเขา ผ่านเส้นทางของน้ำตกสายต่างๆ บ้างกลายเป็นสระน้อยใหญ่ ที่รองรับน้ำใสเย็น แล้วส่งผ่านลงมาเป็นชั้นๆ อันเป็นสัญลักษณ์เลื่องชื่อของอุทยานแห่งนี้

อุทยานแห่งชาติหวงหลง มรดกโลกทางธรรมชาติ ปีค.ศ. 1992

เขาชิงเฉิง หรือ ชิงเฉินซัน
อยู่ห่างจากเมืองตูเจียงเยี่ยนราว 16 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเฉิงตูซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลเสฉวน 68 กิโลเมตร เป็นแหล่งต้นกำเนิดที่สำคัญแห่งหนึ่งของลัทธิเต๋าในจีน เนื่องจากขุนเขาแห่งนี้มีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ตลอดปี จึงได้ชื่อว่า "เมืองแห่งแมกไม้สีเขียว" เขาชิงเฉิง นั้นเป็นจุดกำเนิดของลัทธิเต๋า และยังมีสิ่งก่อสร้างโบราณเป็นจำนวนมากบนเขาแห่งนี้ เสฉวน เป็นถิ่นสวยงามที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งหลาย เขาชิงเฉิงและระบบชลประทานตูเจียงเยี่ยน ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกที่ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน

สถาปัตยกรรมที่เป็นศูนย์กลางได้แก่ ถ้ำเทียนซือ ซึ่งล้อมรอบด้วย วังเจี้ยนฝู วังซ่างชิง ตำหนักจู่ซือ วังหยวนหมิง หอเหล่าจวิน วังอวี้ชิง และถ้ำเฉาหยัง เป็นต้น วังเจี้ยนฝู สร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 730 ในสมัยราชวงศ์ถัง ปัจจุบัน หลงเหลือเพียงสถาปัตยกรรมที่บูรณะขึ้นใหม่ ราวปีค.ศ. 1888 ในสมัยจักรพรรดิกวงสูแห่งราชวงศ์ชิง ประกอบด้วยตำหนักใหญ่ 3 หลัง เป็นสถานที่กราบไหว้บูชาบรรดาปรมาจารย์ในลัทธิเต๋าและเทพเจ้าต่างๆ สถาปัตยกรรมเหล่านี้สร้างขึ้นอย่างกลมกลืนกับสภาพภูมิประเทศรอบข้าง ด้วยฝีมือและเทคนิคการก่อสร้างชั้นเยี่ยม เพื่อสะท้อนถึงแนวคิดลัทธิเต๋าในการเข้าถึงธรรมชาติ แม้แต่ข้าวของเครื่องประดับก็ยังแสดงถึงความเป็นมงคล อายุยืนนานและความมุ่งหวังที่จะบรรลุเป็นเซียน ตามแนวคิดสูงสุดของเต๋า ซึ่งถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะอย่างมาก สำหรับผู้ศึกษาวิจัยปรัชญาเต๋าของจีนโบราณบนเสาภายในตำหนักยังประดับด้วยคำโคลง 394 ตัวอักษร ที่ได้รับขนานนามว่าเป็น "สุดยอดแห่งชิงเฉิง" นอกจากนี้ ยังมีหอภาพชมไพร ที่ตั้งอยู่บนสันเขาหลงจีว์ มีลักษณะเป็นเก๋งสิบเหลี่ยมที่มีชายคาทับซ้อนกัน สร้างในสมัยจักรพรรดิกวงสูแห่งราชวงศ์ชิง ระหว่างปี ค.ศ. 1875 – 1909

เขาชิงเฉิง มีความโดดเด่นที่ธรรมชาติอันงดงามและเป็นแหล่งรวมสถาปัตยกรรมตามแนวคิดเต๋า และยังได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและที่ฝึกจิตปฏิบัติธรรมนับแต่โบราณกาล นักท่องเที่ยวที่มาชมทิวทัศน์ ณ ที่นี้ จะพบว่าตนเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพวาดอันงดงามทางธรรมชาติแห่งนี้ อันเป็นที่มาของคำเรียกขานว่า "ภาพชมไพร" บนภูเขาลูกนี้ เต็มไปด้วยต้นไม้เก่าแก่ที่สูงเสียดฟ้า ใบไม้เขียวชอุ่มบดบังแสงอาทิตย์ให้ส่องลอดเพียงเป็นสายลงมารําไร ลําธารน้อยๆไหลลดเลี้ยวไปตามหุบเขา บางตอนเชื่องช้าบางตอนเชี่ยวกราก หยดนํ้าที่กระเซ็นต้องใบหญ้า ส่องแสงพร่างพราว หมอกบางๆลอยอยู่ระหว่างเขา ดูเสมือนเป็นม่านที่คอยคุ้มกันให้กับสิ่งมีชีวิตบนขุนเขา


อุทยานแห่งชาติ จิ่วไจ้โกว
หรือที่ชาวตะวันตกเรียกขานกันในนาม ‘ดินแดนแห่งเทพนิยาย’ ตั้งอยู่ในพื้นที่จิ่วไจ้ หรือ อำเภอหนันผิง เขตปกครองตนเองของชนเผ่าทิเบตและเผ่าเจียงมณฑลเสฉวน ห่างจากนครเฉินตูทางทิศเหนือประมาณ 440 กม. ซึ่งปัจจุบันมีเที่ยวบินจากสนามบินชวงหลิว นครเฉินตูไปสนามบินจิ่วไจ้โกว ใช้เวลาบินประมาณ 40 นาที ขณะที่การเดินทางผ่านเส้นทางขุนเขาที่คดเคี้ยว ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง ท่ามกลางหุบเขาที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปมา โตรกธารลดเลี้ยวผ่านผาสูงและน้ำตกขนาดใหญ่ ก่อเกิดเป็นทิวทัศน์อันตระการตาโดดเด่นด้วยสีสันของภาพภูมิทัศน์โดยรอบ ‘น้ำ’ ถือเป็นจุดดึงดูดที่สุดในบรรดาสุดยอดความงามของทิวทัศน์จิ่วไจ้โกว ทั้งในด้านรูปลักษณ์ สีสัน ความหลากหลาย อีกทั้งสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สวยงามยิ่งใหญ่ ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อเลื่องลือระดับชาติของจีน

หากไปจิ่วไจ้โกวในช่วงฤดูหนาว จะเห็นธารน้ำตกแข็งตัว ทะเลสาบสีน้ำเงินผนึกตัวเป็นแผ่นน้ำแข็ง และหิมะปกคลุมยอดเขาและป่าไม้ ดูแปลกตาไปอีกแบบ ปัจจุบัน รัฐบาลจีนได้อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมจิ่วไจ้โกวทั้งฤดูใบไม้ผลิ และฤดูหนาวแล้ว โดยได้จัดทำบันไดไม้ปูลาดเป็นทางยาวเลียบไปกับสายน้ำยาว 49 กม. ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมธรรมชาตอย่างใกล้ชิด อีกทั้งได้จัดรถบัสไว้บริการรับส่งนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบายใน การเข้าชมอุทยานทะเลสาบที่งดงามของจิ่วไจ้โกวที่ไม่ควรพลาดชม คือ ทะเลสาบยาว ทะเลสาบ 5 สี ทะเลสาบหมีแพนด้า ทะเลสาบไม้ไผ่ ทะเลสาบนกยูง ทะเลสาบเสือ ส่วนน้ำตกที่ผมได้ไปชม คือ น้ำตกฝั่งไข่มุก น้ำตกซู่เจิ้น

จิ่วไจ้ หมายถึง 9 หมู่บ้าน โกว หมายถึง อุทยานแห่งชาติ เนื่องจากมีชนกลุ่มน้อยชาวทิเบตตั้งบ้านเรือนอยู่ 9 หมู่บ้าน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 3 หมู่บ้าน จิ่วไจ้โกว มีเนื้อที่ทั้งหมด 720 ตร.กม. มีลักษณะเป็นหุบเขามหึมา มีทะเลสาบ น้ำตก และสระน้ำธรรมชาติอยู่เรียงราย ว่ากันว่า สุดยอดความงามของขุนเขาต้องไปดูที่เมืองกุ้ยหลิน มณฑลกว่างสี แต่ถ้าเป็นสุดยอดของความงามของสายน้ำ ทะเลสาบ ต้องจิ่วไจ้โกว ซึ่งความงดงามของสายน้ำที่จิ่วไจ้โกว เกิดจากการสะสมของธาตุแคลเซี่ยมผสมกับซากพืชซึ่งจมอยู่ใต้ท้องน้ำ ทำให้ทะเลสาบและน้ำตกสวยสดใสแปลกตา หากใครได้ชมภาพยนตร์จีนเรื่อง Hero จะเห็นทิวทัศน์ความสวยงามของจิ่วไจ้โกวจากฉากการต่อสู้ของพระเอก (หลี่เหลียนเจี๋ย) และ จอมยุทธกระบี่หัก (เหลียงเฉาเหว่ย) ท่ามกลางสายน้ำ

                                                                                                                                                   

Powered by MakeWebEasy.com