ข้อมูลประเทศเกาหลีใต้

Last updated: Apr 29, 2011  |  5427 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ข้อมูลประเทศเกาหลีใต้


 
สาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea) หรือ เกาหลีใต้ (South Korea)
เป็นประเทศในเอเชียตะวันออก มีพื้นที่ครอบคลุมส่วนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี พรมแดนทางเหนือติดกับประเทศเกาหลีเหนือ มีประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้โดยมีทะเลญี่ปุ่นและช่องแคบเกาหลีกั้นไว้
เมืองหลวง: กรุงโซล        ภาษาประจำชาติ: ภาษาเกาหลี        สกุลเงิน: วอน (KRW)
ในภาษาเกาหลีอ่านชื่อประเทศว่า แดฮัน มินกุก โดยเรียกสั้น ๆ ว่า ฮันกุก ที่หมายถึงคนชาวฮั่นหรือคนเกาหลี และบางครั้งจะใช้ชื่อว่า นัมฮัน ที่หมายถึง ชาวฮั่นทางใต้ ส่วนชาวเกาหลีเหนือจะเรียกเกาหลีใต้ว่า นัมโชซอน ที่หมายถึง โชซอนใต้) 
                                                                                                    


ที่ตั้งของประเทศเกาหลีใต้
เกาหลี
เป็นเมืองน่าเที่ยว เป็นเมืองที่ยังคงวัฒนธรรมดั้งเดิม แต่ก็เปิดรับวัฒนธรรมใหม่ๆ พร้อมความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมมาก แต่ที่กำลังมาแรงและ “บูม” มากที่สุด ก็คือ การท่องเที่ยวที่ผู้ชมละครซีรีส์เกาหลี ต่างได้รับอิทธิพลมาจาก “กระแสเกาหลี” ในบทภาพยนตร์และดนตรี จนทำให้มีผู้ “ถวิลหา” ที่จะเดินทางไปเยือนสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วยความสวยงามของบรรยากาศและภูมิประเทศ ที่ปรากฏใน “ซีรีส์เกาหลี” นั่นเอง

ศิลปะเกาหลีมีลักษณะเด่นหลายประการที่ทำให้เกิดแบบของตัวเอง ศิลปะเกาหลียกย่องธรรมชาติ และการใช้สีอ่อนและเรียบก็ปรากฏอยู่เสมอในภาพเขียนและเครื่องปั้นแบบเกาหลี วัฒนธรรม งานหัตธรรมพื้นบ้านคือศิลปะที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปีงานไม้และเครื่องเขิน ของเกาหลีเป็นที่รู้จักกันดี โดยเน้นการออกแบบที่เพื่อประโยชน์ใช้สอยและความเรียบง่ายสิ่งสะดุดตาในงาน ไม้เกาหลีคือศิลปะการประดับมุก งานหัตกรรมโลหะทำด้วยทองทำด้วยสำริด ทางด้านพระพุทธศาสนามีการสร้างพระพุทธรูปสำริด ระฆังวัดที่หล่อด้วยสำริด เอกลักษณ์ของระฆัง เกาหลีคือรูปร่างการออกแบบและเสียง ศิลปะเครื่องปั้นดินเผาเกาหลีเป็นประเทศที่เป็นที่ยอมรับในการพัฒนาศิลปะ ด้านนี้และเครื่องปั้นดินเผาที่มี ชื่อเสียงคือ ศิลาดล เป็นเครื่องเคลือบที่มีความสดใสฝีมือประณีตนิยมเคลือบด้วยสีขาวซึ่งพัฒนาให้ สวยงามในยุคโกเรียว เพื่อการอนุรักษ์สิ่งดีงามตั้งแต่อตีด ทางการเกาหลีได้จัดตั้งโครงการสมบัติประจำชาติเกาหลีใต้ขึ้น

ศิลปะของนักปราชญ์ เดิมรูปแบบตัวอักษรเกาหลีและญี่ปุ่นเป็นอักษรจีน ซึ่งเป็นตัวเขียนที่ยังใช้อยู่ในเอเชียตะวันออกร่วมพันปี แม้ว่าหลังจากที่เกาหลี ประดิษฐ์อักษรฮันกึล ในปี พ.ศ. 1989 (ค.ศ. 1446) ตัวอักษรจีนยังคงใช้ในภาษาราชการ จนถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เพราะว่าตัวอักษรจีนมีอยู่นับหมื่นตัว แต่ละตัวมีความแตกต่างกัน มีวิธีเขียนหลายแบบ หลายความหมาย การเรียนอ่านและการเขียนตัวอักษรจีนไม่ใชเรื่องง่ายศิลปะการเขียนอักษรจีนได้เข้ามาในประเทศเกาหลีเมื่อ 1,500 ปีมาแล้ว

การเขียนตัวอักษรด้วยพู่กันเกาหลีเรียกว่า "บุดกึลซี" ต้องอาศัยปัจจัย 4 ของนักปราชญ์ ได้แก่ หมึก แท่งหินฝนหมึก พู่กันและกระดาษ ศิลปินเขียนพู่กันส่วนใหญ่มักเป็นทั้งนักปราชญ์และจิตกร ศิลปินเหล่านี้อาจใช้พู่กันเล่มเดียวกันเขียนกลอนบรรยายภาพ ภาพวาดเกาหลี เป็นศิลปะที่มีธรรมเนียมนิยมของตนเองอย่างสมบูรณ์ จิตรกรรม ภาพจิตกรรมของเกาหลีมีมานานแล้ว สถาบันภาพวาดก่อตั้งขึ้นในยุคโกกุริวสถาบันแห่งนี้เน้นภาพวาด ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา รูปแบบจิตกรรมที่หลากหลายได้พัฒนาสืบต่อกันมาจนถึงสมัยโซชอน พร้อมนำรูปแบบศิลปะจีนแบบใหม่รวมทั้งเทคนิคการวาดภาพแบบตะวันตก มีการใช้สีสันสดใสในภาพที่วาดเกี่ยวกับศาสนานี้
 
เครื่องแต่งกายประจำชาติของเกาหลี
ชาวเกาหลีมีชุดประจำชาติตั้งแต่สมัยโบราณ เรียกว่า ฮันบก (ฮันหมายถึงชาวเกาหลี บกหมายถึงชุด รวมกันหมายถึงชุดของชาวเกาหลี) ฮันบกทั้งของผู้หญิงและผู้ชายมีลักษณะหลวมๆเพื่อความสะดวกสบายและคล่องแคล่ว ไม่ใช้กระดุมหรือขอแต่จะใช้ผ้าผูก ไว้แทน ชุดของผู้ชาย ข้างล่างประกอบด้วย "ปันซือ" แต่สมัยใหม่เรียกว่า "แพนที" ซึ่งหมายถึงกางเกงใน ชั้นนอกสวม "บาจี" เป็นกางเกงขายาวหลวมๆรวบปลายขาไว้ด้วย "แทมิน" เป็นแถบผ้าใช้มัดขากางเกง"บันโซเม" เป็นเสื้อรัดรูปแขนสั้นไว้ข้างใน เสื้อนอกเรียกว่า "จอโกลี"  เป็นเสื้อแขนยาวไม่มีปกไม่มีกระเป๋า

ชุดของผู้หญิง ประกอบด้วย "แพนที" หรือกระโปงที่อยู่ข้างใน ข้างบนใช้ "ซ็อกชีมา" เป็นแถบผ้าขนาดใหญ่ ใช้มัดทรวงอกไว้แทนเสื้อยกทรง ข้างนอกสวม "ชีมา" เป็นกระโปรงยาวกรอมเท้า สวมเสื้อ "จอโกรี" เป็นเสื้อนอกแขนยาว ฮันบกเป็นภาพรวมศิลปะของเกาหลีที่สามารถพบเห็นได้ตามท้องถนนของเกาหลี ราวกับถนน สายแฟชั่นของปารีส ฮันบกชุดแต่งกายประจำชาติของเกาหลีทำจากผ้าสีสัน สดใส เนื้อผ้าจะขึ้นอยู่กับโอกาสและวัยของผู้ใส่ เด็กหญิงหรือหญิงสาวจะสวมกระโปรง สีแดงเสื้อสีเหลืองจะเปลี่ยนเป็นกระโปรงสีแดง เสื้อสีเขียวเมื่อแต่งงานแล้วส่วน หญิงสูงอายุอาจเลือกสีสันต่างๆที่สดใส และเลือกใช้เนื้อผ้าได้หลากหลาย

ปัจจุบันชุดแต่งกายวัฒนธรรมเดิมจะใช้เฉพาะโอกาสพิเศษเท่านั้น แต่ตามถนนหนทาง และรถไฟใต้ดินจะยังคงเห็นผู้คนสวมใส่กันอยู่บ้าง โดยเฉพาะผู้สูงอายุยังคงสวมใส่ชุดฮันบกอยู่ 
ภูมิศาสตร์
คาบสมุทรเกาหลีทอดตัวไปทางทิศใต้ทางด้านตะวันออกของทวีปเอเชีย มีความยาว 1,020 กิโลเมตร (612 ไมล์) และกว้าง 175 กิโลเมตร (105 ไมล์) ณ จุดที่แคบที่สุดของคาบสมุทร พื้นที่ 70% ของประเทศเป็นเทือกเขา จึงจัดเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศเป็น เทือกเขามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของแผ่นดินที่เป็นหินแกรนิตและหินปูนทำให้เกิด ภูมิประเทศที่สวยงามอย่างมหัศจรรย์ ประกอบด้วยเทือกเขาและหุบเขา เทือกเขา ตลอดชายฝั่งด้านตะวันออกสูงชันและทอดตัวลงสู่ทะเลตะวัน ออก ในขณะที่ชายฝั่งทางด้านใต้ และตะวันตก เทือกเขาค่อย ๆ ลาดลงต่ำสู่ที่ราบชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลีโดยเฉพาะในด้านการ ผลิตข้าว คาบสมุทรเกาหลีถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ที่บริเวณเหนือเส้นขนานที่ 38 คือ ประเทศ ระบอบประชาธิปไตย สาธารณรัฐเกาหลีอยู่ทางใต้ และประเทศระบอบคอมมิวนิสต์ เกาหลีเหนือ โดยถูกคั่นกลางโดยเขตปลอดทหาร ประเทศเกาหลีใต้มีพื้นที่ 99,500 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 47.9 ล้านคน (ค.ศ. 2003) ประกอบด้วย 9 จังหวัด (โด) กรุงโซลเป็นเมืองหลวงของประเทศ และประกอบด้วยเมืองใหญ่ ๆ 6 เมือง คือพูนซา น แทกู อินชน ควางจู แทจอน และ อุลซาน รวมมีเมืองทั้งหมด 77 เมือง (ซี) 88 มณฑล (กุน) ใน 9 จังหวัด

ภูมิอากาศ เกาหลีอยู่ในเขตอบอุ่นซึ่งมีอยู่ 4 ฤดูกาลใน 1 ปี
1.ฤดูใบไม้ผลิ เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤษภาคม ขุนเขาและท้องทุ่งทั่วประเทศจะเต็มไปด้วย ดอกเชอรี่ ฟอร์ซีเธีย อาซาเลีย แมกโนเลีย และไลแลค ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เกาหลีคือดินแดนแห่งดอกไม้ที่งดงาม
2.ฤดูร้อน ปลายระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน คือฤดูกาลแห่งแสงอาทิตย์ ป่าอันร่มครึ้ม ท้องทุ่งเขียวกระจ่างตา และทะเลสีคราม จะชักนำให้ผู้คนออกนอกบ้านเพื่อการพักผ่อนในวันหยุด
3.ฤดูใบไม้ร่วง ปลายเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน ช่วงเวลาแห่งความเย็นและฟ้าใส ทำให้จุดนี้เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของปี ใบไม้ที่ร่วงหล่นบนพื้นดินช่วยแต่งเติมสีสันแก่ขุนแขาให้งดงามไปด้วยเฉดสี แดงและเหลืองตัดกับท้องฟ้าที่งามกระจ่างตา เบิกบานไปกับการเดินเที่ยวบนภูเขาอันซึ่งพื้นดินพรมพร่างไปด้วยใบไม้
4.ฤดูหนาว เดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมีนาคม เหน็บหนาวและแห้งแล้งกับช่วงเวลาแห่ง3 วันที่หนาวเย็นตามด้วย 4 วันแห่งความอบอุ่น เทศกาลหิมะและที่พักตากอากาศสำหรับเล่นสกีทำให้ฤดูหนาวของเกาหลีเป็นฤดุที่ เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

ช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับการเที่ยวเกาหลีจะเริ่มต้นจากฤดูใบไม้ร่วงไปจนถึงฤดู หนาวที่เล่นสกีได้ เริ่มขึ้นจากตอนปลายเดือนกันยายน ลมที่พัดมาจากแผ่นดินใหญ่นั้นทำให้อากาศแห้งและท้องฟ้าโปร่ง จึงเป็นช่วงที่อากาศเหมาะกับการท่องเที่ยวมากที่สุด ในเดือนตุลาคม ทิวทัศน์ทั่วทั้งประเทศจะมีสีสันสดใสด้วยใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีทองและสีแดง เต็มต้น

จากภูมิประเทศที่แตกต่างทำให้สภาพอากาศ แตกต่างและเปลี่ยนแปลงไป การไปเที่ยวเกาหลีจะต้องระมัดระวังอย่างมากในเรื่องการแต่งกาย ต้องเตรียมพร้อมรับทุกสภาพอากาศตั้งแต่ร้อนไปจนถึงหิมะ จึงต้องสำรวจระยะเวลาในการเดินทางให้ดี เพื่อจัดเครื่องแต่งกายได้เหมาะสม หาก เดินทางไปเที่ยวในช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนพฤษภาคมและเดือนกันยายน -พฤศจิกายน สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงและอาจสวมเสื้อหนาวทับ ระหว่างฤดูร้อน เดือนมิถุนายน-สิงหาคม สามารถสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นและกางเกงระดับเข่า แต่ในโอกาสสำคัญควรสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวและกางเกงขายาว ช่วง ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนมีนาคม ต้องพร้อมที่จะเผชิญกับฤดูหนาวผ้าพันคอและถุงมือจำเป็นสำหรับในเดือนธันวาคม -กุมภาพันธ์อากาศจะหนาวเย็นและแห้ง บางครั้งมีฝนหรือหิมะ ในช่วงนี้มักจะมีวันที่อากาศหนาวจัดสลับกับวันที่อากาศอุ่นสบาย
เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว อุทยานแห่งชาติโซรัคซาน หรือสวิตเซอร์แลนด์ของเกาหลี อุทยานที่มีหน้าผา หุบเขาและลำธาร ความงามของธรรมชาติอันสวยงามของจังหวัดคังวันโดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ที่นี่มีลานสกี รีสอร์ท ให้ได้สัมผัสประสบ การณ์แปลกใหม่ด้วยการทดลองเล่นสกี นับเป็นลานสกีที่มีผู้คนนิยมเดินทางไปเล่นกันมากอีกแห่งหนึ่ง พร้อมเครื่องเล่นนานาชนิดที่เกี่ยวกับการเล่นหิมะไม่ว่าจะเป็น Snow Slade, Snow Board และอื่นๆ อีกมากมาย



เงินตรา
สกุลเงินของเกาหลีคือ วอน โดยสัญลักษณ์ "W" เหรียญกษาปณ์แบ่งออกเป็น 10, 50, 100และ 500 วอน ธนบัตรมี 1000, 5000 และ 10,000 วอน อัตราแลกเปลี่ยน อยู่ที่ประมาณ 1,200 วอน ต่อ 1 เหรียญสหรัฐ บัตรเครดิต เช่น วีซ่า อเมริกันเอ๊กซเพลส ไดเนอร์คลับ มาสเตอร์ และเจซีบี สามารถใช้ได้ตาม โรงแรมใหญ่ภัตตาคารใหญ่ ๆ และตามร้านค้าบางแห่ง

ควรแลกเงินเกาหลีที่สนามบินติดตัวไว้อย่างน้อย 6 แสนวอน หรือ 500 ดอลลาร์ เพราะบัตรเครดิต ใช้ในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ เท่านั้น นอกนั้นจะใช้เงินวอนเป็นหลัก

ไฟฟ้า
ใช้ไฟฟ้า 2 ระบบ คือ 110 และ 220 โวลต์ ความถี่ 60 เฮิรตซ์ ในโรงแรมและสำนักงานส่วนใหญ่จะใช้ปลั๊กแบบ 2 ขากลม ควรเตรียมเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าติดตัวไปด้วย เพื่อความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้า

เวลา เวลาในประเทศเกาหลีใต้ เร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง

ศาสนา
ประเทศเกาหลีให้ความเคารพต่อเสรีภาพ ในการนับถือศาสนาโดยมีลัทธิประเภททรงเจ้า บูชาผี ศาสนาพุทธ และลัทธิขงจื้อ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหลักปรัชญาในการพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรมของประเทศก็ว่า ได้ นอกจากนี้ยังมีศาสนาย่อย ๆ ที่เกิดขึ้นใหม่จากการผสมผสานแนวความคิดบางอย่างในศาสนาดั้งเดิม นับตั้งแต่เริ่มเข้ามาเผยแพร่เมื่อปลายศตวรรษที่ 18เป็นต้นมา ผู้คนเกาหลีใต้ส่วนใหญ่หันไปนับถือศาสนาคริสต์ นิกายโปรเตสแตนต์ ความนิยมเข้ารีตนับถือศาสนาคริสต์ในเกาหลีใต้นั้น เป็นไปอย่างรุนแรง และรวดเร็ว

เกาหลีได้เปิดการท่องเที่ยวแบบการพักอาศัยในวัดศาสนาพุทธเกาหลีนิกายจอกเย และชอนแต เสนอโอกาสให้ผู้มาเยือนจากนานาชาติได้พักและเข้าร่วมชีวิตในวัดกับพระและชี ภายใต้โปรแกรมการค้างคืนในวัดมี 14 วัดสำคัญทั่วประเทศเข้าร่วมโปรแกรม โดยโปรแกรมลักษณะต่างๆ สำหรับชาวต่างชาติคือการนั่งสมาธิแบบเซน การกินอาหารแบบพระเรียกว่า บารูกอง-ยาง พิธีดื่มชา ศิลปะการต่อสู้ของพุทธเรียกว่าซุนมูโด การพักอาศัยในวัดนี้มีเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับพุทธวัฒนธรรม ของเกาหลี และได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว        ชาวเกาหลีใต้ไม่มีศาสนาประมาณ 46 % ศาสนาคริสต์ 26 % ศาสนาพุทธ 26 % ลัทธิขงจื๊อ 1 % ศาสนาชอนโดเกียว ศาสนาอิสลาม และอื่นๆ 1 %

การขอวีซ่า
ไปเกาหลีไม่ต้องขอวีซ่าเข้าเมือง แต่จะถูกเข้มงวดมากสำหรับคนไทย ไม่ว่าจะเดินทางไปคนเดียวหรือไปเป็นกลุ่ม
ไทยและเกาหลีใต้ทำสัญญายกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่า) หนังสือเดินทางทุกประเภทโดยพำนักอยู่ได้ครั้งละไม่เกิน 90 วัน
โปรดระวัง เอกสารการเดินทางเป็นพิเศษขณะไปท่องเที่ยวในบริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่าน ควรพกพาเอกสารการเดินทางไว้ในที่ที่ปลอดภัยและถ่ายสำเนาแยกเก็บไว้อีก 1 ชุด

การเดินทางในเกาหลีใต้
การเดินทางระหว่างกรุงโซลกับเมืองใหญ่ ๆ ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก มีเที่ยวบินของสายการบินนานาชาติหลายสายให้บริการประจำ ประเทศเกาหลีมีท่าอากาศยานนานาชาติ อยู่ 3 แห่ง คือท่าอากาศยานนานาชาติคิมโป ใกล้กรุงโซล (ในปี ค.ศ. 2001 นี้ จะเปลี่ยนสนามบินไปใช้ที่เกาะยงดอง เมืองอินชอน)คิมแฮ ใกล้พูซาน และเชจู บนเกาะเชจู ส่วนท่าเรือเดินสมุทรมีหลายแห่ง และยังมีสายการบินภายในประเทศ ที่บริการบินเชื่อมโยงเมืองใหญ่ รถแท็กซี่มีเป็นจำนวนมาก และราคายุติธรรม โดยใช้ระบบมิเตอร์ และรถเช่าพร้อมบริการ รถไฟที่เครือข่ายเชื่อมโยงถึงเกือบทุกส่วนของประเทศ มีรถทัวร์ ซึ่งมี เครือข่ายกระจายทั่วประเทศ รถไฟและรถทัวร์ มีตารางการเดินรถและเวลาเขียนเป็นเป็นภาษาเกาหลี ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับนักท่องเที่ยว กรุงโซลและเมืองพูซาน มีระบบเส้นทางเดินรถไฟใต้ดินที่ทันสมัยและรวดเร็ว มีป้ายชื่อสถานีและป้ายบอกทิศทางเขียนภาษาอังกฤษควบคู่ภาษาเกาหลี ระหว่างเกาะต่างๆ มีเรือบรรทุกรถยนต์และเรือไฮโดรฟอยส์ คอยบริการ


ดอกไม้ประจำชาติ
ดอกมูกุงฮวา หรือ โรส ออฟ ชารอน เป็นดอกไม้ประจำชาติเกาหลี ซึ่งจะบานสะพรั่งทั่วประเทศระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม สิ่งที่ทำให้ดอกไม้ชนิดนี้ไม่เหมือนดอกไม้ชนิดอื่นคือสามารถทนสภาพอากาศที่ เลวร้ายและศัตรูพืชได้เป็นอย่างดี ความหมายของคำว่า มูกุงฮวา มาจากรากศัพท์ มูกุง ซึ่งหมายถึงความเป็นอมตะ คำ ๆ นี้สะท้อนความเป็นอมตะของประวัติศาสตร์เกาหลี ความมุ่งมั่นและความอดทนของชาวเกาหลี








ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวประเทศเกาหลี


พระราชวังเคียงบก
สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1394 เพื่อเป็นพระราชวังหลักของราชวงศ์โชซอน (1392-1910) อัน เป็นราชวงศ์ที่สถาปนาขึ้นโดยกษัตริย์แทโจ ในจำนวนพระราชวังทั้ง 5 ที่สร้างขึ้นในราชวงศ์นี้ พระราชวังเคียงบกกุงถือเป็นพระราชวังที่สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุด
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี 
พิพิธภัณฑ์นี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1908 ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โชซอน พิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีแห่งนี้ มิได้แสดงเฉพาะผลงานทาง วัฒนธรรม 135,000 ชิ้นของเกาหลีเท่านั้น แต่ยังแสดงผลงานของประเทศใกล้เคียงด้วยเช่น จีน ญี่ปุ่น เอเซียกลาง อาคารเดิมของพิพิธภัณฑ์ได้ถูกรื้อถอนไปเมื่อปี ค.ศ. 1996 และมีการสร้างอาคารปัจจุบันเป็นการชั่วคราว
 
พระราชวังถ็อกล็อกซูกุง
บริเวณพระราชวังถ็อกล็อกซูกุงจะมีสิ่งก่อสร้างที่น่าชมเป็นอันมาก เช่น ประตูหลักแทฮันมุน พระที่นั่งชุงวาจอนและท้องพระโรง และซกโชจอนอันเป็นสิ่งก่อสร้างแนวตะวันตกแห่งเดียวในบรรดาพระราชวังต่าง ๆ ในเกาหลี ซกโชจอนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์หลวง ซึ่งเป็นที่เก็บสิ่งของที่ใช้ในพระราชวังในสมัยราชวงศ์โชซอน นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะถ็อกซูกุง ซึ่งแสดงผลงานทางศิลปะสมัยใหม่มากมาย

หอคอยโซล
เมื่อเราขึ้นไปบนหอคอยแห่งกรุงโซล เราจะเห็นทัศนียภาพทั้งหมดของกรุงโซล และที่บนสุดของหอคอยก็มีหอดูดาวและภัตตาคารหมุนได้รอบ มีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งโลกอันเป็นที่เก็บวัตถุโบราณที่หายากและมีค่ามากกว่า 20,000 ชิ้นจาก 150 ประเทศ และมีโรงภาพยนตร์ 3 มิติด้วย
หมู่บ้านนัมซานกลฮันอก : หมู่บ้านที่งดงามนี้มีเนื้อที่กว้างถึง 7,934 ตารางเมตรและประกอบด้วย 3 ส่วน นั่นคือ สวนแบบเกาหลี ศูนย์กระสวยเวลา และตัวหมู่บ้านเอง บ้านที่เป็นลักษณะเฉพาะของเกาหลี หรือฮันอก ในสมัยราชวงศ์โชซอน บ้านพวกนี้ถูกรื้อออกจากที่เดิมที่กระจายอยู่รอบ ๆ กรุงโซลและนำมาประกอบขึ้นไปอย่างสมบูรณ์

โรงละครแห่งชาติ
โรงละครแห่งนี้อิงแอบอยู่บนเนินของภูเขานัมซานในกรุงโซลและมีโรงละครใหญ่น้อยหลายโรงพร้อมด้วยเวทีกลางแจ้ง ที่นี่เป็นเสมือนกองบัญชาการของคณะนาฎลีลาแห่งชาติและคณะนักร้องแห่งชาติ คณะบัลดินเล่ต์ และคณะอุปรากร เป็นต้น

ตลาดนัมแดมุน
ตลาดนัมแดมุนเป็นตลาดศูนย์การค้าส่งสามารถหาสินค้าได้ทุกชนิดที่ต้องการ เช่น เสื้อผ้า รองเท้าหลากหลายแบบ เครื่องใช้ในบ้าน อาหาร ดอกไม้ เครื่องมือผมปลอม เครื่องแก้ว เครื่องใช้ เครื่องประดับ ของขวัญ เครื่องกีฬา กระเป๋าเสื้อผ้า วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเรือน เป็นต้น

ตลาดทงแดมุน
ที่ตลาดนี้สามารถซื้อข้าวของและต่อราคาได้อย่างสนุกทีเดียว เพราะมีร้านรวงมากมาย มีห้างขายเสื้อผ้าที่ทันสมัยอยู่ด้วยนับ 10ร้านหรือมากกว่านั้น ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแบบโบราณ บางร้านเปิด 24ชั่วโมงและมีแสงสีและดนตรีตลอดคืนสินค้าที่มีมากที่สุดในตลาดนี้คือ ผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องหนัง ชุดสุภาพสตรีและเด็ก เครื่องนอน

หมู่บ้านพื้นเมืองเกาหลี
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จำลองวิถีชีวิตของชาวเกาหลีในสมัยเมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว ประกอบด้วยการแสดงงานฝีมือชนิดต่าง ๆ เช่นการปั้นหม้อ การทอผ้า การตีเหล็ก และกิจกรรมอื่น ๆ แบบดั้งเดิม รวมทั้งมีบ้านแบบเกาหลี 260 หลัง และเวทีการแสดงกลางแจ้งสำหรับการแสดงนาฏศิลป์ และดนตรี
 
ป้อมฮวาซอง
ตั้งล้อมรอบบริเวณเมืองซูวอน ป้อมนี้สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแห่งยุคของอาณาจักรโชซอน มีการเก็บรักษามาไว้อย่างดี ป้อมนี้สร้างขึ้นด้วยหินและอิฐเผาใช้เวลาสร้างถึง 2 ปี จาก ค.ศ.1794 นั่นคือช่วงการปกครองของกษัตริย์จองโจ ในปี ค.ศ.1997 องค์การยูเนสโกได้สถาปนาป้อมนี้เป็นมรดกวัฒนธรรมโลก

เอเวอร์แลนด์
เปรียบเหมือนสวนสนุกสามแห่งในที่เดียวกัน ในเทศกาลโลกมีเครื่องเล่นต่าง ๆ ที่ตื่นเต้นเร้าใจ ป่าซาฟารี สวนสัตว์และเทศกาลดอกไม้ในฤดูกาลต่าง ๆ ส่วนที่คาริเบียน เบย์ เป็นสวนน้ำขนาดใหญ่ คุณจะได้สนุกกับสระว่ายน้ำซึ่งมีคลื่นเทียมและไม้ลื่น บนลานแข่งรถนั้น ท่านจะสามารถสนุกสนานกับการแข่งรถได้จริง ๆ ในเอเวอร์แลนด์ก็เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ศิลปะโฮอัม ซึ่งแสดงผลงานทางศิลปอันงดงามที่สุดในโลกของบุคคลต่าง ๆ มาแสดงไว้มาก

อุทยานแห่งชาติเขาซอรักซาน
จัดได้ว่าเป็นแนวเขาที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลี ซึ่งประกอบด้วย โอซอรัก เนซอรัก และนัมซอรักเทือกเขาแนวนอกแนวใน และแนวใต้ มีหุบเขาที่มีดอกไม้บานสะพรั่งทั้งฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง บริเวณที่ยื่นออกมาด้านนอกทางตะวันออก นำเราไปสู่หมู่บ้าน ซอรัก-ดงรีสอร์ท มีทั้งโรงแรมทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ลานสำหรับกางเต้นท์ ร้านค้า ที่จอดรถ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มีกระเช้าลอยฟ้า อันมีความยาวถึง 1,100 เมตร เชื่อมกับทางเข้าสวนสาธารณะซอรักดง กับควันกึมซาง ซึ่งเป็นป้อมปราการอยู่เหนือยอดเขาและสร้างขึ้นสมัยอาณาจักรซิลลา สิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่พื้นหินราบ พีซอนแด ซึ่งมีตำนานเกี่ยวกับการขึ้นสวรรค์ของเทพองค์หนึ่ง และบ่อน้ำแร่ โอแซ็ก ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถรักษาโรคทางเดินอาหารได้ นักท่องเที่ยวที่มาจากทางตะวันตกผ่านเมือง อินเจ สามารถแวะชมวัด เพ็กทัมซา ซึ่งเป็นด่านทางเข้าอีกด้านหนึ่งของ ซอรักซาน

สถานเล่นสกียงเพียง (หุบเขามังกร)
อยู่ในบริเวณช่องเขาแทกวัลเลียง ทางใต้ของภูเขาโอเดซาน มีที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับผู้ที่รักกีฬาสดี ได้ดีพอ ๆ กับฤดูกาลอื่น ๆ
 

พิพิธภัณฑ์เท็ดดี้แบร์
เท็ดดีเป็นสัญลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 20 เท็ดดีแบร์แฟชั่น พิธีแต่งงานแบบเท็ดดีแบร์และอื่น ๆ 

การเลือกซื้อโสม
โสมเกาหลีจะถูกเก็บเกี่ยวหลังจากการปลูกเป็นเวลา 4-6 ปี รากโสมที่ขุดได้ใหม่สด จะเรียกว่า "ซูซัม" จะมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 75% จึงมักจะเน่าเสียได้ง่าย ทำให้ยากในการเก็บรักษาโสมสดให้นานกว่า 1 สัปดาห์ จึงได้เกิดกรรมวิธีในการรักษารากโสมให้แห้งหรือที่เรียกว่า "โสมขาว" "โสมแดง" หรือ ราชาแห่งโสม ได้จากการนำรากโสมที่มีอายุ 6 ปีและต้องมีคุณภาพดี ที่ผ่านการเลือกสรรแล้ว มาผ่านขบวนการอบไอน้ำ และอบแห้งด้วยความพิถีพิถันทำให้ได้โสมที่ยังคงรูปร่างเดิม เพียงแต่สีเท่านั้นที่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง และยังสามารถเก็บได้นานกว่า เกรดของโสมมี 3 ชนิด คือ โสมสวรรค์ (Heaven) โสมโลก (Earth) โสมชั้นดี (Good) ขบวนการผลิตโสมแดงนี้ ทำให้เกิด สารจินซีโนซายด์ มากถึง 26 ชนิด ในขณะที่โสมชาวมี 23 ชนิด ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ในขณะที่โสมที่มาจากแหล่งอื่นมีเพียง 8-15 ชนิดเท่านั้น โสมพืชสมุนไพร นี้มีคุณสมบัติพิเศษช่วยให้พลังงานและความมีชีวิตชีวา เหมาะสมสำหรับผู้ที่รู้สึกหมดกำลัง เหนื่อยล้า หรือไม่ตื่นตัว หอบหืด โรคกระเพราะ ความดัน เตรียมรับมือกับสถานะการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียดได้เพราะเป็นบ่อเกิดของโรคหัวใย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม โสมไม่ใช่เครื่องดื่มบำรุงกำลังที่ให้ผลเฉพาะครั้งที่รับประทานซึ่งทำให้เหนื่อยล้ามากว่าเดิม หลังจากหมดฤทธิ์ และยังทำให้อย่างรับประทานเครื่องดื่มบำรุงกำลังเพิ่มขึ้น ส่วนโสมแตกต่างออกไป โดยผู้ทานโสมจะไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในทันทีทันใด แต่โสมจะค่อย ๆ เพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้ทานอย่างช้า ๆ การบริโภคโสมอย่างสม่ำเสมอจะนำมาซี่งสุขภาพที่แข็งแรง มีพลังงานเพียงพออย่างต่อเนื่องและทำให้กระฉับกระเฉงกระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวาขึ้น รากของโสมที่นำมาผ่านขั้นตอนกรรมวิธีในการผลิตต่าง ๆ แล้ว จะมีหลายประเภท เช่น ประเภทรากโสม รากโสมผสมน้ำผึ้ง โสมเป็นไซรับ โสมเป็นผง หรือโสมที่บรรจุเป็นแคปซูล
1. รากโสม รากโสมจะเป็นราก ๆ ที่บรรจุใส่กล่องเหล็กมีประมาณ 15 ตัวขึ้นไป นิยมนำมาต้มโดยใส่ประมาณ 1-2 ราก ต่อน้ำ 3 แก้ว แล้วเคียวด้วยไฟอ่อน ประมาณ 2 ชั่วโมง (ไม่ควรต้มในหม้อเหล็ก) ระวังอย่าให้ตัวโสมไหม้ พอโสมอ่อนตัวลง ก็นำมาใช้ประกอบอาหารได้ตามอัธยาศัย
2. รากโสมผสมน้ำผึ้ง รกโสมผสมน้ำผึ้งนี้ จะบรรจุในพลาสติก แล้วนำใส่กล่องเหล็กอีกที วิธีใช้ คือ นำรากน้ำผึ้งมาหั่นบาง ๆ ประมาณ 2 มิลลิเมตร แล้วเคี้ยวทานได้เลย เคี้ยวได้หลายครั้งในแต่ละวัน พยายามเคี้ยวทานอย่างสม่ำเสมอ หรือ อาจจะเอาชิ้นที่หั่นบาง ๆ นั้นมาใส่ในเครื่องดื่มที่ท่านโปรดปรานก็ได้
3. โสมที่เป็นไซรับ หรือคล้ายน้ำผึ้ง อันนี้จะถูกบรรจุใส่ขวดแก้ว แล้วจะนำมาบรรจุใส่กล่องไม้อีกทีหนึ่ง ในหนึ่งกล่องจะประกอบด้วยจำนวน 6 ขวด วิธีใช้ ก็คือ ใช้ช้อนที่บรรจุด้านในตักโสมสกัดด้านในแค่ 1 ช้อน ใส่ลงในน้ำร้อน 1 ถ้วย ผสมน้ำผึ้งบริสุทธิ์ แล้วคนให้เข้ากัน แล้วดื่นทาน ดื่มวันละประมาณ 2-3 ครั้ง
4. โสมผง โสมผงจะมีลักษณะเป็นสีขาว ที่ถูกบรรจุในขวดพลาสติกทึบ แล้วใส่ในกล่องไม้อีกที ใน 1 กล่องจะมี 6 ขวด วิธีใช้ก็คือ ตักโสมผง 1 ช้อนลงในน้ำร้อนแล้วใส่น้ำตาล หรือน้ำผึ้งเพื่อปรับรสชาติให้น่าทาน หรือว่าจะตักโสมผง 1 ช้อนลงในเครื่องดื่มที่ท่านชอบก็ได้ รับประทานวันละ 2-3 ครั้ง สำหรับท่านสุภาพสตรี โสมผงยังสามารถใช้เป็นยาบำรุงผิวพรรณได้ด้วย คำ นำเอาส่วนไข่แดงของไข่ไก่ 1 ฟอง มาแล้วตักโสมผง1 ช้อน จากนั้นตีเข้าด้วยกัน หั่นแตงกวาออกเป็นชิ้นบาง ๆ นำมาชุบในส่วนผสมให้มาด ๆ แล้ว พอกไว้ที่หน้าประมาณ 15-20 นาที สัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะทำให้ผิวพรรณดีขึ้น รักษาสิวฝ้า และโรคผิวหนังบริเวณใบหน้า
5. โสมเม็ด โสมเม็ดนี้จะถูกบรรจุลงในขวด แล้วบรรจุใส่ในกล่องกระดาษแข็งอีกครั้ง ใน 1 กล่อง จะบรรจุประมาณ 100-200 เม็ด โสมเม็ดนี้จะเหมาะสำหรับท่านที่ไม่ค่อยมีเวลามากนัก เพราะสามารถนำมาทานได้ทันที รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง

ช้อปปิ้ง และกิจกรรมที่ห้ามพลาด ในการ ทัวร์เกาหลี
ร้านรวงใน เกาหลี และห้างสรรพสินค้าใน เกาหลี มีมากมายและหลากหลาย และให้ความพึงพอใจแก่ทุกคน แม้กระทั่งนักท่องเที่ยว ที่มุ่งมั่นเจาะจงที่จะมาซื้อของจำเพาะบางอย่าง ซึ่งไม่มีขายทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นวัตถุโบราณ งานฝีมือหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ กรุงโซล เกาหลี นำเสนอแก่ท่านด้วยโอกาสอันหลากหลายในการจับจ่ายทั้งที่ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าปลอดภาษี ตลอดจนศูนย์การค้า ย่านการค้าต่างๆ ที่จัดไว้เพื่อการจับจ่ายและตลาดกลางแจ้งต่างๆ แต่แหล่งช็อปปิ้งของ เกาหลี ก็ไม่จำกัดอยู่เฉพาะที่กรุงโซลเท่านั้น เมืองสำคัญต่างๆ ของ เกาหลี ยังมีห้างสรรพสินค้าและตลาดประจำท้องถิ่น และท่านจะได้รับประโยชน์หลายประการในการช็อปปิ้งตามเมืองในภูมิภาคต่างๆ ของ เกาหลี สินค้าประจำท้องถิ่นต่างๆ มีราคาต่ำกว่าราคาปกติและบ่อยครั้งที่จะได้ดูกรรมวิธีการผลิตสินค้าด้วยตาตนเองเลย
ห้างสรรพสินค้าหลายแห่งใน เกาหลี เปิดตั้งแต่ 10 โมงครึ่งเช้ากระทั่งทุ่มครึ่ง ขณะที่ตามตลาดหรือร้านเล็กๆจะขยายเวลาปิดร้านออกไปอีก 1 ชั่วโมงเป็น 2 ทุ่มครึ่ง บางร้านก็เปิดตั้งแต่เช้ามืดยันช่วงดึกๆ ทุกวัน ราคาตามร้านจะมีป้ายบอกราคา ถ้าไม่มีก็อาจต่อรองราคาได้ นักช็อปที่ไปเที่ยว เกาหลี จะตื่นตาตื่นใจไปกับหลายหลากสินค้าราคาถูก

จะซื้ออะไรดีที่เมื่อไปทัวร์เกาหลี

เครื่องจักสานที่ทำจากไม้ไผ่
ฝีมือและคุณภาพที่ เกาหลี นี่แข่งขันกับอันไหนที่ว่าดีที่สุดในโลกได้เลย นักเดินทางจะตื่นตากับผลิตภัณฑ์นานาชนิดที่ทำจากไม้ไผ่ เช่น หวี เตียงนอน เก้าอี้ หมอน และ "เมียไม้ไผ่" ที่น่าสนใจคือความหมายพื้นฐานของการอยู่อย่างร่มเย็นภายใต้เปลวแดดแห่งฤดูร้อน ทัมยาง ในชอลลานัมโดเป็นที่ซึ่งขึ้นชื่อมากที่สุดในด้านผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่

เสื้อผ้าต่างๆ
นักท่องเที่ยวที่มา เกาหลี สามารถซื้อหาเครื่องแต่งกายคุณภาพสูง ที่เย็บด้วยมือและชุดแต่งกายต่างๆ ที่ทำจากวัสดุนานาชนิดและสีสันต่างๆ รวมทั้งผ้าไหมอันสวยงามในราคาที่ถูกอย่างน่าอัศจรรย์ เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ทำใน เกาหลี อยู่ในรายการช็อปปิ้งอันดับต้นๆเสมอ

เครื่องหนัง
ผลิตภัณฑ์จากหนังในสีสันและรูปแบบต่างๆมีให้นักท่องเที่ยวได้เลือก เสื้อโค้ตและแจ็กเก็ตซื้อได้ในราคาต่ำเช่นเดียวกับสินค้าเครื่องหนังอื่นๆเช่นเข็มขัด รองเท้า และกระเป๋าสตางค์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหนังปลาไหลเป็นหนึ่งในสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของ เกาหลี

ผลิตภัณฑ์ขนเฟอร์
เป็นที่รู้จักทั่วโลกว่า เกาหลี เป็นแหล่งใหม่ล่าสุดในการเลือกซื้อสินค้าชนิดนี้ ผู้คนมากมายมาที่ เกาหลี เพื่อจะมาซื้อสินค้าเหล่านี้เท่านั้น ราคาของผลิตภัณฑ์ขนเฟอร์ที่ร้านปลอดภาษีถูกเสียจนเหลือเงินไว้เพื่อจ่ายเป็นค่าเดินทางได้ นักช็อปเลือกซื้อขนเฟอร์ในราคาที่ต่อรองกันได้ในตลาดที่ขายของอย่างนี้โดยเฉพาะ หรือที่ร้านต่างๆในช่วงนอกฤดูกาล ประมาณฤดูร้อน

เครื่องไฟฟ้า
เครื่องไฟฟ้ากำลังกลายเป็นผลิตภัณฑ์หลักเพื่อการส่งออกของประเทศ เกสหลี และผู้บริโภคจะสามารถเลือกได้ในหลายระดับราคาและคุณภาพ มีจำหน่ายทั่วไปที่ห้างสรรพสินค้า ร้านขายเครื่องไฟฟ้าหรือตลาดเครื่องไฟฟ้า ตามร้านต่างๆราคาตายตัวอย่างไรก็ตามส่วนลด 10-30% อาจจะได้รับโดยการเลือกซื้ออย่างสุขุมในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าบางแห่ง

โสม
ตำราทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์หยางของจีนกล่าวไว้ว่า โสมที่มีคุณภาพดีที่สุดอยู่ใน เกาหลี โสมของ เกาหลี ซึ่งมีชื่อระบือไปทั่วโลกในคุณภาพที่สูงเป็นพิเศษ สำหรับบำรุงพลังวังชาดั่งยาทิพย์เพาะปลูกได้ยากมาก ไม่เพียงแต่มันโตช้ามากๆ แต่พื้นที่ที่เคยใช้เพาะปลูกจะต้องถูกทิ้งไว้ถึง 15 ปีหลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์อาหารสมุนไพรต่างๆ เช่นชาโสม ผงโสมยอดนิยมหรือโสมสกัดเข้มข้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการลด น้ำหนักของบรรดานักท่องเที่ยวที่คำนึงถึงสุขภาพ ยังมีสมุนไพรอีกถึง 3 พันชนิดที่เพาะปลูกบนพื้นที่ในส่วนของภูเขาบริเวณคังวอนโด ชุงชองโด และ ชอลลาโด

วัตถุโบราณที่จำลองขึ้นมาใหม่
สิ่งที่เป็นที่ต้องการกันมากคือพวกหีบไม้ ภาพวาดต่างๆ เครื่องปั้นดินเผาและงานประเภทโลหะในยุคอาณาจักรชิลลาและพวกกระเบื้องในสมัยราชวงศ์โชซอน การดูวิธีผลิตถือว่าน่าสนใจยิ่ง เพราะวิธีการผลิตของเหล่านี้นั้นได้ตกทอดตั้งแต่สมัยโบราณเป็นส่วนใหญ่

กิมจิ
กิมจิเป็นหนึ่งในอาหารดั้งเดิมของ เกาหลี ที่เป็นที่รู้จักกันดี มีกิมจิอย่างน้อย 40 อย่างซึ่งเป็นส่วนผสมหมักและคลุกเคล้าของกะหล่ำปลีแดงหรือขาวกับผงพริกป่น ต้นหอม เกลือ และกระเทียม รสชาติอาจจะร้อนแรงสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน เกาหลี แต่ กิมจิ ก็ได้รับการกล่าวขานว่า 30% ของยอดจำหน่ายทั้งหมดเป็นการซื้อโดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาใน เกาหลี พบได้ทั่วไปตามตลาดหรือห้างสรรพสินค้า ยิ่งกว่านั้นยังมีพิพิธภัณฑ์กิมจิ ซึ่งควรค่าแก่การเยี่ยมชม

การเล่นสกี กีฬาที่ท้าทายสำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่ไป เกาหลี
การเล่นสกีที่ เกาหลี ได้รับความนิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตอนนี้มีสถานที่พักตากอากาศ 13 แห่งสำหรับเล่นสกี ทั้งหมดใช้เวลาเดินทางภายใน 4-5 ชั่วโมงจากกรุงโซลโดยทางรถยนต์ ในช่วงฤดูการเล่นสกีของ เกาหลี ซึ่งเริ่มจากธันวาคมถึงต้นเดือนมีนาคม สถานที่เหล่านี้คราคร่ำไปด้วยนักเล่นสกีจำนวนมาก ที่พักตากอากาศทั้งหมดได้ปรับแต่งที่ลากไว้อย่างดี กระเช้านั่ง อุปกรณ์ให้เช่า และโรงเรียนสอนการเล่นสกีเบื้องต้นสำหรับการเรียนเป็นกลุ่มและเดี่ยว มีการบริการด้านการรักษาพยาบาล และบริการอื่นๆ เพิ่มเติมรวมทั้งการขนส่งเดินทางด้วยรถลุยหิมะ ที่พักทั้งหมดแข่งขันกันให้บริการ ภัตตาคารที่ดีเยี่ยมและความบันเทิงเริงรมย์เช่นเดียวกับห้องพักที่สุดยอด กาลเวลาที่ผ่านมา ผู้คนจากโพ้นทะเลมาเที่ยว เกาหลี เพื่อจะเล่นสกีมากขึ้นๆ ตัวแทนการท่องเที่ยวมากมายในกรุงโซลและเมืองใหญ่ๆต่างดำเนินกิจการรถบัสรายวันสำหรับไปเล่นสกี 
 

Powered by MakeWebEasy.com