ข้อมูลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

Last updated: May 7, 2011  |  3063 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ข้อมูลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
(อังกฤษ: Hong Kong Special Administrative Region of the People’s Republic of China; อักษรจีนตัวเต็ม: 中華人民共和國香港特別行政區; อักษรจีนตัวย่อ: 中华人民共和国香港特别行政区 ; ชื่อย่อ: 香港 (ช่างกั่ง หรือ ฮ่องกง) ; Hong Kong SAR) เป็นเขตปกครองของสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ โดยอยู่ติดกับมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) และห่างจากมาเก๊าราว 61 กิโลเมตร ทางฝั่งตะวันตก
                                                                                                    


ที่ตั้งเขตบริหารพิเศษฮ่องกง
ข้อมูลทั่วไป
ฮ่องกงเป็นดินแดนตอนปลายสุดทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน ติดกับมณฑลกวางตุ้ง ประกอบด้วยเกาะฮ่องกง นิวเทอร์ริทอรี่ส์ เกาลูน และเกาะเล็กๆ อีก 235 เกาะ ฮ่องกง มีพื้นที่โดยรวม 1,091 ตารางกิโลเมตร

การขอวีซ่า และสถานทูตไทยในฮ่องกง
นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเข้าฮ่องกงได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า และสามารถอยู่ได้นานถึง 3 เดือน ซึ่งแต่เดิม สามารถอยู่ได้เพียง 14 วัน ก่อนเข้าไปยัง ฮ่องกง ท่านจะได้รับแบบฟอร์มการเข้าเมือง ซึ่งจะต้องกรอกให้สมบูรณ์ และแนบไปกับหนังสือเดินทางเพื่อนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

ภาษาที่ใช้
ชาวฮ่องกง พูดได้หลายภาษา ทั้งภาษาจีนกลาง จีนกวางตุ้ง อังกฤษ และอาจจะรวมถึงภาษาไทยด้วย ภาษาราชการของ ฮ่องกง คือ อังกฤษและจีนกวางตุ้ง แต่คนส่วนใหญ่จะเข้าใจภาษาจีนกลางได้ดี ส่วนภาษาอังกฤษนั้นชาวฮ่องกงก็สามารถพูดได้ดีเช่นกัน เนื่องจากฮ่องกงเคยตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ และในขณะเดียวกัน ฮ่องกงก็ยังอยู่ในอาณาเขตการปกครองของประเทศจีนด้วย ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถพูดภาษาจีนได้จึงไม่มีปัญหาในการสื่อสาร ส่วนภาษาไทยนั้น ในสถานที่ที่ได้รับความนิยม อย่างแหล่งช้อปปิ้งที่ได้รับความนิยมจากคนไทย ผู้คนแถวนั้นก็จะสามารถพูดภาษาไทยได้

ความแตกต่างของเวลา
เวลาในฮ่องกงจะเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

สภาพอากาศ
อากาศที่ฮ่องกง ในฤดูร้อนอากาศจะร้อนชื้น และมักเกิดลมมรสุม มีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 26-30 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวอากาศเย็นสบายและแห้ง น้อยครั้งที่จะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายนมีฝนตกชุกและลมแรง ถ้าจะให้ดีควรศึกษาสภาพอากาศในตอนนั้นให้ดีก่อนเดินทาง

ค่าเงิน และการธนาคาร
สกุลเงินที่ใช้ได้ตามกฎหมายคือเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HK$) 1 ดอลลาร์มี 100 เซ็นต์ สำหรับเหรียญ 10 เซ็นต์ 20 เซ็นต์และ 50 เซ็นต์ ซึ่งออกโดยรัฐบาลมีสีบรอนซ์ เหรียญ 1 HK$, 2 HK$, และ 5 HK$ มีสีเงิน ส่วนเหรียญนิคเกิลและบรอนซ์ใช้กับเหรียญ 10 HK$ ส่วนธนบัตรที่ออกโดย HSBC และธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด มี 10 HK$, 20 HK$, 50 HK$, 100 HK$, 500 HK$ และ 1,000 HK$ ส่วนแบงก์ออฟไชน่าออกธนบัตรทุกประเภท ยกเว้น 10 HK$ ส่วนอัตราแลกเปลี่ยน 1 HK$ กับเงินบาท อยู่ที่ประมาณ 4-5 บาท นักท่องเที่ยวสามารถแลกเปลี่ยนเงินได้จากธนาคารหรือผู้รับแลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งธนาคารหรือผู้รับแลกเปลี่ยน จะเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่น นักท่องเที่ยวควรดูอัตราแลกเปลี่ยนดีๆก่อนนะคะ ไม่อย่างนั้นอาจจะขาดทุนได้ค่ะ

ระบบไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้าของฮ่องกงเป็นระบบ 200/220 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิร์ตซ์ แต่ตัวปลั๊กจะเป็นแบบสามตา ถ้าหากนำอุปกรณ์ไฟฟ้าไปใช้ที่นั่น ท่านอาจต้องพกเต้าแปลงปลั๊กไปด้วยนะคะ เผื่อไว้ในกรณีที่บางโรงแรมในฮ่องกงไม่มีให้บริการค่ะ

ระบบโทรศัพท์
การโทรศัพท์ภายในฮ่องกงเอง (Local Call) จะไม่เสียค่าบริการค่ะ ซึ่งร้านค้า และ ที่พักในฮ่องกงส่วนใหญ่มีโทรศัพท์ไว้ให้บริการอยู่แล้ว แต่ท่านควรสอบถามจากทางโรงแรมก่อนว่ามีการคิดค่าบริการโทรศัพท์ และชาร์จอย่างไร ไม่อย่างนั้นท่านอาจต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ในราคาแพงพอสมควร อันนี้ต้องระวังนะคะ เครื่องโทรศัพท์สาธารณะระบบ IDD สามารถโทรทางไกลออกนอกประเทศได้ มีทั้งแบบหยอดเหรียญและใช้บัตร โดยสามารถหาซื้อได้จากร้านค้า ศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยว (HKTA) รวมถึงร้านขายสินค้าที่ระลึกทั่วไป โทรศัพท์หยอดเหรียญสาธารณะคิดค่าบริการครั้งละ 1 HK$ ใช้ได้นาน 5 นาที สำหรับการโทรกลับเมืองไทยแบบอัตโนมัติ กด 00 + 66 + รหัสจังหวัด + เบอร์โทรศัพท์ แล้วกดโทรออกได้เลยค่ะ หากเปิดเบอร์โทรศัพท์มือถือมาจากประเทศไทย ก็กด 0066 ต่อด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องการโทรออกได้เลยเหมือนกันค่ะ

การเดินทางเข้าฮ่องกง และการเดินทางจากสนามบินเข้ามาในเมือง
นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางเข้ามายังเกาะฮ่องกงได้หลายทางด้วยกัน เช่น ทางอากาศ หรือ ทางน้ำ ส่วนการเดินทางสำหรับผู้ที่เดินทางระหว่างสนามบินนานาชาติฮ่องกงที่เช็คแลปก๊ก บนเกาะลันเตา กับเกาะฮ่องกง เกาลูน นิวเทอร์ริทอรี่ส์ รวมทั้งภายในเกาะลันเตาเอง สามารถเลือกใช้บริการได้หลากหลาย ทั้งบริการรถไฟ รถประจำทาง เรือเฟอร์รี่ และรถแท็กซี่ค่ะ
การเดินทางโดยรถไฟด่วนสายสนามบิน (Airport Express Line - AEL) รองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางไปสถานีฮ่องกง ในเขตเซ็นทรัล ซึ่งรถไฟขบวนนี้จะแล่นผ่านสถานีซิงยี่ และสถานีเกาลูน ภายในเวลาเพียง 23 นาที ค่าโดยสารเที่ยวเดียวจากสนามบินไปยังเกาะฮ่องกงราคา 100 HK$ รถไฟจะออกในทุกๆ 10 นาที ตั้งแต่เวลา 5.50 - 1.00 น. ของทุกวัน นอกจากนี้ยังมีบริการรถรับส่งฟรีไปยังโรงแรมต่างๆในฮ่องกง สำหรับผู้ใช้บริการ AEL อีกด้วย
การเดินทางโดยรถประจำทางมีให้บริการกว่า 30 สาย ที่ให้บริการจากสนามบิน รวมทั้งบริการรถประจำทางปรับอากาศ 9 สาย ซึ่งจะหยุดจอดน้อยกว่ารถประจำทางทั่วไป ค่าโดยสารของรถประจำทางปรับอากาศอยู่ที่ระหว่าง 14 HK$ ถึง 45 HK$
การเดินทางโดยเรือเฟอร์รี่ วิ่งระหว่างท่าเรือเช็คแลปก๊ก กับท่าเรือเทิน มุน ในเขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์ ให้บริการตั้งแต่เวลา 6.00 - 23.00 น. ของทุกวัน
การเดินทางโดยรถแท็กซี่ ไปยังสถานที่ต่างๆภายในฮ่องกง สามารถเรียกใช้บริการได้จากจุดรับส่งรถแท็กซี่ แท๊กซี่ทุกคันจะติดตั้งมิเตอร์ เริ่มต้นที่ 15 HK$ หากมีกระเป๋าเดินทางด้วย จะต้องเสียค่าประเป๋าอีกใบละ 5 HK$ เส้นทางปกติจากสนามบินถึงเขตเซ็นทรัล มีราคาประมาณ 330 HK$ และถึงจิมซาโจ่ยประมาณ 270 HK$ ค่ะ
การเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน (Mass Transit Railways - MTR) ภายในฮ่องกง เรียกได้ว่ามีความทันสมัยและสะดวกสบายที่สุด ท่านสามารถโดยสาร MTR ได้ในทุกๆ 2-4 นาที ตั้งแต่ 6.00 – 1.00 น. ของทุกวัน
การเดินทางโดยรถไฟสายเกาลูน-กวางตุ้ง (KCRC East Rail) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวเซินเจิ้นในจีน รถไฟ เคซีอาร์ซี สายนี้ ให้บริการระหว่างสถานีรถไฟ Hung Hom ฝั่งเกาลูนไปยังสถานี Lo Wu ก่อนข้ามชายแดนเข้าไปเขตเซินเจิ้นค่ะ
ส่วนการเดินทางที่ถือว่าประหยัดที่สุดในฮ่องกงคือ การโดยสารรถราง ซึ่งคิดราคา 2 HK$ ตลอดสาย แต่จะไม่มีการทอนเงิน เพราะฉะนั้น ท่านควรเตรียมค่าโดยสารให้พอดี

ผู้โดยสารที่อายุตั้งแต่ 12 ปี ต้องจ่ายค่าภาษีขาออกสนามบิน (Air Passenger Departure Tax - APDT) ราคา 80 HK$ (ซึ่งปกติจะรวมอยู่กับค่าตั๋วเครื่องบิน) ผู้โดยสารที่เดินทางไปและกลับในวันเดียวกัน จะได้รับการยกเว้นการจ่ายภาษีนี้

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2545 เป็นต้นมา มีการเรียกเก็บค่าเซอร์ชาร์จ ความปลอดภัยสนามบิน (Airport Security Surcharge - ASS) เพิ่มอีก 13 HK$ จากผู้โดยสารที่เดินทางออกจากสนามบินนานาชาติฮ่องกง ซึ่งรวมแล้วจะต้องจ่ายทั้งหมด 33 HK$ ค่ะ

ข้อแนะนำพิเศษ
นักท่องเที่ยวสามารถนำสิ่งของดังต่อไปนี้เข้าฮ่องกงได้โดยไม่ต้องเสียภาษี: เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ - ไวน์ หรือเหล้าขวดขนาด 1 ลิตร ยาสูบ - บุหรี่ 200 มวน หรือซิการ์ 50 มวน หรือยาสูบ 250 กรัม ส่วนงาช้าง รัฐบาลฮ่องกงมีข้อบังคับเข้มงวดมากในเรื่องการนำเข้าและส่งออกงาช้าง ทั้งที่ยังไม่ได้แปรสภาพและที่แปรสภาพแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจำนวนมากหรือน้อยก็ตาม จึงควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะนำเข้าหรือนำงาช้างออกนะคะ

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวเองโดยไม่ได้มากับทัวร์ สามารถซื้อบัตร Octopus เพื่อใช้จ่ายขณะอยู่ที่ฮ่องกงได้ ซึ่งบัตรนี้ สามารถนำไปใช้จ่ายค่ารถไฟใต้ดิน และจ่ายค่าสินค้าต่างๆได้ ตามร้านค้าที่รับบัตรนี้ค่ะ ถ้าเงินหมดก็สามารถเติมเงินผ่านตู้ Auto หรือจากเคาน์เตอร์ก็ได้เช่นกัน และหากถึงวันเดินทางกลับแล้ว แต่เงินในบัตรยังใช้ไม่หมด ท่านสามารถแลกคืนเป็นเงินสดได้อีกด้วยนะคะ บัตร Octopus นี้ก็จะคล้ายๆกันกับ บัตร Smart purse ในบ้านเราค่ะ

การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถแท็กซี่ไม่ว่าจากโรงแรมในฮ่องกงที่ท่านพำนัก หรือจากที่ใดก็แล้วแต่ เพื่อไปยังสถานที่สำคัญต่างๆในฮ่องกง ท่านควรจดที่อยู่เป็นภาษาจีนยื่นให้คนขับรถ เพื่อความสะดวกในการไปส่งท่านค่ะ

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ
- บริการค้นเลขหมายโทรศัพท์: 1081
- สอบถามเวลา: 18501
- สภาพอากาศ: 187 8066
- บริการโทรศัพท์ทางไกล IDD และการ์ดโฟน: 10013
- บริการฉุกเฉิน (ตำรวจ อัคคีภัย รถพยาบาล): 999
- บริการสายด่วน RTHK (ข่าวด่วน): +852 2272 000
- สายด่วนบริการนักท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวฮ่องกง: + 852 2508 1234

อาหารท้องถิ่น
การไปเยือนฮ่องกง ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งอาหารของเอเชีย” ท่านไม่ควรพลาดการไปลองชิมอาหารในเมืองนี้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดใดก็ตาม ฮ่องกง มีทั้งภัตตาคารจีนชั้นเลิศในบรรยากาศหรูหรา และ ร้านอาหารข้างทางกับบรรยากาศพลุกพล่าน แต่ก็ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองแห่งนี้ ให้ท่านได้เลือกตามใจชอบ ทั้งกลางวันและกลางคืน เชฟในภัตตาคารส่วนใหญ่ โดยเฉพาะของโรงแรมในฮ่องกง จะมีความชำนาญในการปรุงอาหารขึ้นชื่อของจีน ไม่ว่าจะเป็น อาหารปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เสฉวน กวางตุ้ง แต้จิ๋ว หูหนาน ฯลฯ
สำหรับอาหารที่มีชื่อเสียงของฮ่องกงคงไม่พ้น ติ่มซำ เป็นแน่ ส่วนอาหารมื้อเช้าที่ได้รับความนิยมก็คือ โจ๊กต่างๆซึ่งมักทานร่วมกับปาท่องโก๋ นอกจากนี้ยังรวมถึง เป็ดย่าง หมูแดง ด้วย ถ้าใครไปฮ่องกงแล้วไม่ได้ทานอาหาร 3 สิ่งนี้ถือว่าท่านยังไปไม่ถึงฮ่องกงอย่างแน่นอน




แหล่งช้อปปิ้ง
หากพูดถึงการไปเที่ยวที่ฮ่องกงนั้นต้องนึกถึงการไปช้อปปิ้งสินค้าจากสินค้าแบรนเนม ไปจนถึงสินค้าตามตลาดนัดทั่วไป และในช่วงเทศกาลลดราคาคือช่วงฤดูหนาว (ปลายเดือน ธ.ค. ถึง ก.พ.) และฤดูร้อน (ก.ค. ถึง ก.ย.) ร้านค้าจะพากันลดราคากระหน่ำชนิดจุใจนักช้อปตัวยง ราคาสินค้าแบรนเนมในฮ่องกงจะมีราคาถูกกว่าประเทศไทยครึ่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ อย่างเช่น Bossini ที่ใครๆไปก็ขนเสื้อผ้ายี่ห้อนี้กลับมากันทั้งนั้น

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

วิคตอเรีย พีค
หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของฮ่องกง เดอะ พีค เป็นจุดชมวิวเมืองที่ยอดเยี่ยมที่สุด คุณจะต้องทึ่งกับสีสันที่สวยงามของเส้นขอบฟ้า อ่าววิคตอเรียที่มีชื่อเสียงระดับโลก และตึกระฟ้าที่พุ่งทะยานขึ้นสูงตัดกับแนวเขาเขียวขจีอันแสนสงบ ยอดเขาแห่งนี้สร้างความประทับใจที่แตกต่างกันระหว่างช่วงเวลากลางวันและกลางคืน

เลดี้ส์ มาร์เก็ต
ตลาดกลางแจ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของฮ่องกง เลดี้ส์ มาร์เก็ตเป็นจุดหมายที่ต้องไปเยือนสำหรับคนรักแฟชั่นที่โปรดปรานการต่อรองราคากระเป๋า, เครื่องประดับ, ของเล่น, เครื่องสำอาง และของแต่งบ้านเล็กๆน้อยๆ ร้านแผงลอยต่างๆ ที่ตั้งกระจุกรวมตัวกันจนเกิดเป็นตลาดที่มีบรรยากาศสนุกสนานนี้ ตั้งอยู่บนถนนตุงชอย ในมงก๊ก เปิดตั้งแต่เที่ยงไปจนถึง 23.30 น.

รีพัลส์ เบย์
หาดทรายรูปจันทร์เสี้ยวแห่งนี้เป็นหาดที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในฮ่องกง ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในหมู่ชาวฮ่องกงและนักท่องเที่ยว และยังใช้เป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์ไปหลายเรื่อง มีรูปปั้นขนาดใหญ่ของเจ้าแม่กวนอิมและเจ้าแม่ทินโห่ว ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองชาวประมง โดดเด่นอยู่ท่ามกลางสวนสวยที่ทอดยาวลงสู่ชายหาด ที่นี่มีคลับเฮ้าส์สไตล์จีนแบบดั้งเดิม และอาคารสไตล์อาณานิคม รีพัลส์ เบย์ ตั้งอยู่บนหาดรีพัลส์ เบย์ มีภัตตาคารและร้านค้าที่สามารถนั่งชมวิวทะเลได้หลายแห่ง

อะเวนิว ออฟ สตาร์
สถานที่รำลึกถึงอัจฉริยบุคคลที่มีคุณูปการต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ของฮ่องกง และเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยว มีลายพิมพ์มือดารา แผ่นหินจารึกชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียงและประวัติศาสตร์ที่สำคัญของวงการภาพยนตร์ รวมไปถึงร้านจำหน่ายของที่ระลึกเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องต่างๆ รูปปั้นจำลองรางวัลภาพยนตร์ฮ่องกง และประติมากรรมขนาดเท่าคนจริงของบรูซ ลี ดาราหนังกังฟูผู้เป็นตำนาน

หอนาฬิกา
หนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นในจิมซาโจ่ย แต่เดิมเป็นส่วนหนึ่งของสถานีต้นทางของรถไฟสายเกาลูน-แคนตัน (KCR) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1915 หอคอยทำจากอิฐสีแดงและหินแกรนิต สูง 44 เมตร เป็นอนุสรณ์ชวนให้รำลึกถึงสมัยอาณานิคม ปัจจุบันพื้นที่ของสถานีรถไฟได้กลายเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมฮ่องกง หลังคาทรงโค้งและดีไซน์ทางด้านสถาปัตยกรรมที่ดูทันสมัยกลายเป็นฉากหลังอันงดงามของหอนาฬิกาแห่งนี้

โกลเด้น โบฮิเนีย สแควร์
ประติมากรรมรูป “ดอกชงโคบานตลอดกาล” (โกลเด้น โบฮิเนีย) เป็นของขวัญที่จีนแผ่นดินใหญ่มอบให้เพื่อแสดงถึงความยินดีที่ได้ฮ่องกงได้กลับมารวมเป็นหนึ่งเดียวกับแผ่นดินแม่ หลังจากที่ต้องแยกกันเป็นเวลานานกว่า 150 ปี ใกล้กันมีอนุสาวรีย์ของการรวมกันเป็นหนึ่งที่จารึกลายมือของประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน โดยทุกๆเช้าจะมีพิธีเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา

ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์
แห่งนี้เป็นสวนสนุกแห่งที่ 5 ของดิสนีย์แลนด์ทั่วโลก และเป็นสวนสนุกแห่งที่ 11 ของดิสนีย์ สำหรับสิ่งน่าสนใจในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์นั้นก็มีอยู่มากมาย โดยเมื่อผ่านทางเข้าตรง“เมนสตรีท ยูเอสเอ” ที่ได้จำลองบรรยากาศในอดีตของอเมริกาเอาไว้ก็จะเป็นโลกแห่งความสนุกสนานในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ที่แบ่งพื้นที่สวนสนุกออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ แฟนตาซีแลนด์ ทูมอโรว์แลนด์ และแอดเวนเจอร์แลนด์ ซึ่งสวนสนุกแต่ละส่วนต่างก็มีความน่าสนใจแตกต่างกันออกไป
เวลาเปิดทำการของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์
ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. ในช่วงเทศกาลที่มีผู้คนคับคั่งอาจให้บริการตั้งแต่เวลา 9.00 - 21.00 น. สามารถซื้อบัตรเข้าสวนสนุกได้ก่อนเวลาสวนสนุกเปิด หรือ ซื้อบัตรออนไลน์ผ่านเว็บไซด์ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์โดยตรงก็ได้ **ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์สามารถนำน้ำเข้ามาได้ 1 ขวด และขนมอีก 1 ชิ้นเท่านั้น**
 

โอเชี่ยนปาร์คฮ่องกง
เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1977 เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมตลอดกาลของฮ่องกง ธีมปาร์คขนาด 80 เฮคตาร์ (200 เอเคอร์) นี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮ่องกง มีเครื่องเล่น นิทรรศการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมายรายรอบเขา รถกระเช้าที่เชื่อมพื้นที่ 2 ส่วนระหว่างยอดเขาสูงและพื้นที่ด้านล่าง ทำให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ตระการตาขณะโดยสาร และสิ่งดึงดูดใหม่ล่าสุดคือลูกหมีแพนด้ายักษ์ 2ตัว และพิพิธภัณฑ์แมงกะพรุนทะเลแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วัดซิก ซิก หยวน หว่องไทซิน
หว่องไทซินเป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในฮ่องกง ทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวหลายล้านคนมาเยือน และยังถือเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่ง บริเวณวัดงดงามด้วยอาคารที่ตกแต่งแบบจีนโบราณแม้จะตั้งอยู่ท่ามกลางความเป็นเมืองของเกาลูน วัดแห่งนี้เป็นที่รวมความเชื่อทางศาสนาถึง 3 ศาสนา ได้แก่ เต๋า พุทธ และขงจื๊อ

เทมเปิล สตรีท
แหล่งช้อปปิ้งอันน่าทึ่ง มีแผงลอยเปิดไฟตั้งขายสินค้าราคาไม่แพง อาทิ เสื้อผ้า ปากกา นาฬิกา ซีดี คาสเซ็ทเทป อุปกรณ์ไฟฟ้า ฮาร์ดแวร์ และกระเป๋าเดินทาง สุดถนนยังเต็มไปด้วยหมอดูดวงโชคชะตา และการแสดงงิ้วแบบสดๆ เปิดระหว่าง 16.00 น. – เที่ยงคืน แต่จะเริ่มมีสีสันจริงจังหลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว

นอกเหนือจากนี้ ลองแวะเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่มีชื่อเสียง ซึ่งรวบรวมไว้ในเว็บไซต์ภาษอังกฤษของเรา เพราะเมืองที่มีสีสันของเอเชียแห่งนี้มีชีวิตชีวาตลอดเวลาทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน!

Powered by MakeWebEasy.com